ข้อมูลองค์ความรู้โดย
Web Master (IT)
ตำแหน่ง อาจารย์

เริ่มต้นพัฒนาแอพบน Windows 8 ตอนที่ 1

ประเภททางด้าน IT หลัก :   IT Management & Trends
ประเภททางด้าน IT ย่อย :   Emerging Technologies
  ลงข้อมูลเมื่อ 15:16:36 11/02/2013
  Page View (2437) แบ่งปัน

บทความชุดนี้มีจุดประสงค์เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลเริ่มต้นสำหรับผู้ที่สนใจพัฒนาแอพบน Windows 8 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบใหม่ที่เพิ่งเผยแพร่สู่ตลาดพร้อมกับ Windows 8 และยังขาดเอกสารหรือคู่มือภาษาไทยอีกมาก

บทความชุดนี้ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทไมโครซอฟท์ ประเทศไทย จำกัด แต่เนื้อหาทั้งหมดเขียนโดยทีมงาน Blognone

แนวทางการพัฒนาแอพบน Windows 8

แอพบน Windows 8 (เดิมทีเรียก Metro app แต่ภายหลังไมโครซอฟท์เปลี่ยนคำเรียกเป็น Windows Store app) ต่างไปจากแอพบนวินโดวส์แบบเดิมๆ มาก โดยมีลักษณะคล้ายกับแอพบนอุปกรณ์พกพามากกว่า

เทคโนโลยีเบื้องหลังของแอพเหล่านี้คือ WinRT ซึ่งเป็น API ชุดใหม่ที่เพิ่งมีใน Windows 8 และเทียบได้ใกล้เคียงกับ Win32 API ในวินโดวส์รุ่นก่อนๆ

รายละเอียดของ WinRT อ่านเพิ่มเติมได้จากบทความเก่าของ Blognone คือ รู้จักกับ Metro Style App และ WinRT คู่หูของการพัฒนาโปรแกรมบน Windows 8

การพัฒนาแอพบน Windows 8 สามารถเลือกภาษาโปรแกรมได้ทั้งหมด 3+1 แบบ ได้แก่

  • JavaScript เป็นภาษาโปรแกรม และ HTML เป็นภาษากำหนด UI (เหมาะสำหรับนักพัฒนาเว็บ)
  • C# หรือ Visual Basic เป็นภาษาโปรแกรม และ XAML เป็นภาษากำหนด UI (เหมาะสำหรับนักพัฒนาสาย .NET)
  • C++ เป็นภาษาโปรแกรม และ XAML เป็นภาษากำหนด UI (เหมาะสำหรับนักพัฒนา C/C++)
  • C++ เป็นภาษาโปรแกรม และ DirectX สำหรับการสร้างเกม (สำหรับการสร้างเกมบน Windows 8)

บทความชุดนี้จะใช้แนวทาง JavaScript/HTML เป็นหลัก เนื่องจากเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายและใช้กันแพร่หลายในกลุ่มนักพัฒนาเว็บ ส่วนผู้ที่ต้องการใช้ภาษาโปรแกรมแบบอื่นๆ สามารถอ่านรายละเอียดได้เองจาก Getting started with Windows Store apps แล้วเลือกภาษาโปรแกรมที่ต้องการ

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการพัฒนาแอพบน Windows 8

รายละเอียดเพิ่มเติมของกระบวนการพัฒนาแอพบน Windows 8 นอกเหนือจากบทความชุดนี้ สามารถอ่านได้จากหน้าเว็บ Windows Dev Center ซึ่งเป็นศูนย์รวมข้อมูลด้านการพัฒนาแอพบน Windows 8 อย่างเป็นทางการของไมโครซอฟท์ (บทความชุดนี้จะอ้างอิงเอกสารเพิ่มเติมบนเว็บไซต์แห่งนี้เป็นระยะๆ เท่าที่จำเป็น)

สำหรับนักพัฒนาที่มีประสบการณ์สร้างแอพบน iOS มาก่อน ไมโครซอฟท์เตรียมเอกสารสอนการใช้งานมาให้เป็นกรณีพิเศษ โดยสอนการพอร์ตแอพจาก iOS ในแง่มุมต่างๆ เช่น การเปลี่ยนจากภาษา Objective-C มาเป็น C#, การแปลงดีไซน์แอพบน iPad มาเป็น Windows 8 หรือการเทียบ API ของทั้งสองแพลตฟอร์มให้ค้นหาได้ง่าย เป็นต้น ผู้ที่เข้าข่ายเข้าไปดูได้ที่Resources for iOS developers

นอกจากข้อมูลบนหน้าเว็บแล้ว ไมโครซอฟท์ยังแจกอีบุ๊กสอนการเขียนโปรแกรมบน Windows 8 ฟรี โดยมีเนื้อหาครอบคลุมการสร้างแอพด้วย HTML, CSS, JavaScript สามารถดาวน์โหลดได้ที่ Microsoft Press (มีทั้งแบบ PDF, EPUB, MOBI)

ดาวน์โหลดและติดตั้งซอฟต์แวร์ที่จำเป็น

ซอฟต์แวร์ที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาแอพบน Windows 8 มีดังนี้

Windows 8

การพัฒนาแอพสำหรับ Windows 8 จำเป็นต้องทำบนระบบปฏิบัติการ Windows 8 เท่านั้น ไม่สามารถพัฒนาบนวินโดวส์รุ่นเก่ากว่านี้ได้

ปัจจุบันไมโครซอฟท์ตั้งราคาขาย Windows 8 ต่ำลงมากเมื่อเทียบกับราคาของวินโดวส์รุ่นก่อนๆ การลงทุนซื้อหามาใช้งานพัฒนาแอพจึงง่ายกว่าเดิมมาก อย่างไรก็ตาม ถ้ายังไม่อยากเสียเงินจริงๆ ไมโครซอฟท์ก็มี Windows 8 Enterprise รุ่นใช้งานได้ฟรี 90 วันให้ดาวน์โหลดไปทดลองได้ก่อน (ข่าวเก่า Blognone)

ผู้ที่ต้องการดาวน์โหลด Windows 8 รุ่นทดสอบ สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ Windows 8 evaluation for developers

สำหรับวิธีการดาวน์โหลดและติดตั้ง Windows 8 อ่านรายละเอียดได้จากบทความ ขั้นตอนการดาวน์โหลดและติดตั้ง Windows 8 แบบ Upgrade

Visual Studio Express 2012 for Windows 8

เครื่องมือพัฒนาแอพบน Windows 8 มีทางเลือกให้นักพัฒนา 2 ทาง ได้แก่ การใช้ Visual Studio 2012 ตัวเต็ม (ไม่ว่าจะเป็น edition ใดก็ตาม) ซึ่งต้องเสียเงินซื้อ หรือใช้ Visual Studio Express 2012 ที่ดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรี (ในบทความชุดนี้จะอ้างอิงจาก Visual Studio Express 2012 เป็นหลัก)

โปรแกรมในชุดที่มากับ Visual Studio Express 2012 มีดังนี้

  • Microsoft Visual Studio Express 2012 for Windows 8 ตัวเครื่องมือหลัก
  • Blend for Microsoft Visual Studio 2012 for Windows 8 ตัวช่วยออกแบบ UI ของแอพ
  • Windows 8 software development kit (SDK) ชุดเครื่องมือเสริมสำหรับการพัฒนาแอพ
  • project template สำหรับการสร้างแอพใหม่

ตัว Visual Studio Express 2012 เองก็มีหลาย edition ให้เลือกใช้งาน ซึ่งกรณีนี้ต้องเป็น Visual Studio Express 2012 for Windows 8 เท่านั้น ดาวน์โหลดกันได้จาก Visual Studio Download แล้วเลือกรุ่นให้ตรงกับที่ระบุ

วิธีการดาวน์โหลดและติดตั้งมี 2 แบบให้เลือกคือ Install now (ดาวน์โหลดไฟล์ .exe ขนาดเล็กก่อน ตัวติดตั้งจะดาวน์โหลดไฟล์ที่เหลือให้) และ Download now (ดาวน์โหลดไฟล์ .iso ให้ครบแล้วค่อยติดตั้งทีเดียว) ถ้าไม่มีความจำเป็นอะไรพิเศษ ก็ควรเลือกใช้วิธีแรก

เมื่อดาวน์โหลดตัวติดตั้งเสร็จและเรียกขึ้นมาทำงาน จะเห็นหน้าจอดังภาพ ตัวโปรแกรมต้องใช้พื้นที่ขนาด 2.71GB เพื่อติดตั้งไฟล์ทั้งหมด (อย่าลืมคลิก agree เพื่อติดตั้งด้วย)

หลังดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรมเรียบร้อย เมื่อรันโปรแกรม Visual Studio Express 2012 (ต่อไปจะย่อว่า VS2012) ขึ้นมาครั้งแรก ตัวโปรแกรมจะแจ้งให้เราลงทะเบียน มิฉะนั้นจะใช้งานได้เพียง 30 วันเท่านั้น ให้กดลิงก์ Register online เพื่อลงทะเบียนผ่านหน้าเว็บของไมโครซอฟท์

เมื่อกรอกข้อมูลส่วนตัวเล็กน้อย จะได้ Product Key เพื่อกรอกลงใน VS2012 ให้เสร็จสิ้นกระบวนการ

การขอใบอนุญาตนักพัฒนา

ผู้ที่สร้างแอพบน Windows 8 จำเป็นต้องมี “ใบอนุญาตนักพัฒนา” (developer license) เพื่อติดตั้งและทดสอบแอพของตัวเองภายในเครื่อง มิฉะนั้นตัวระบบปฏิบัติการ Windows 8 จะไม่ยอมให้ติดตั้งแอพนอก Windows Store หรือที่ไมโครซอฟท์เรียกว่า sideload ได้

กระบวนการขอใบอนุญาตไม่เสียค่าใช้จ่ายและไม่มีอะไรซับซ้อน สามารถทำได้เลยจากตัวโปรแกรม VS2012 โดยตรง ขอเพียงแค่มี Microsoft Account เท่านั้น (ซึ่งผู้ที่ติดตั้ง Windows 8 ย่อมมีอยู่แล้ว)

เมื่อกรอก Product Key ของ VS2012 เรียบร้อยแล้ว และเปิดโปรแกรมขึ้นมาครั้งแรก จะเห็นหน้าต่างบอกให้เรายื่นขอใบอนุญาตนักพัฒนา ดังภาพ

กดปุ่ม Agree แล้วโปรแกรมจะให้เราล็อกอินด้วย Microsoft Account ที่ต้องการใช้เป็นบัญชีนักพัฒนา

เพียงแค่นี้เราจะได้ใบอนุญาตนักพัฒนาจากไมโครซอฟท์แล้ว โดยใบอนุญาตจะมีวันหมดอายุ (เบื้องต้นคือสิ้นปี 2012) ซึ่งกดต่อใหม่ได้เรื่อยๆ

เมื่อติดตั้ง VS2012 และได้ใบอนุญาตนักพัฒนาเรียบร้อย ก็เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการเตรียมเครื่องมือสำหรับพัฒนาแอพแล้ว

หมายเหตุ:

  • คำว่า “ใบอนุญาตนักพัฒนา” ในที่นี้เป็นคนละส่วนกับ “บัญชีนักพัฒนาบน Windows Store” (Windows Store developer account) สำหรับการนำแอพไปเผยแพร่บน Windows Store ซึ่งต้องเสียเงิน และจะกล่าวถึงละเอียดในบทความตอนถัดๆ ไป
  • รายละเอียดเพิ่มเติมของการขอใบอนุญาตนักพัฒนา สามารถอ่านได้จากบทความ Get a developer license (Windows Store apps)

เริ่มต้นกับ Visual Studio Express 2012

ผู้ที่เพิ่งเคยใช้ Visual Studio เป็นครั้งแรกอาจต้องทำความคุ้นเคยกับตัวโปรแกรมอยู่บ้าง แต่คนที่เคยใช้ Visual Studio หรือเครื่องมือพัฒนาโปรแกรมแบบ IDE มาก่อน (เช่น Eclipse, NetBeans หรือ Xcode) คงหัดใช้ได้ไม่ยากนัก เพราะแนวคิดของโปรแกรมใกล้เคียงกันมาก

Visual Studio 2012 ใช้อินเทอร์เฟซแบบ multi-pane ใกล้เคียงกับโปรแกรมกราฟิกของ Adobe โดยสามารถเปิดไฟล์ซอร์สโค้ดได้หลายไฟล์พร้อมกัน และสลับไฟล์ที่ใช้งานด้วยอินเทอร์เฟซแบบแท็บ

ขั้นตอนแรกคือสร้าง “โครงการ” หรือ Project สำหรับพัฒนาแอพขึ้นมาใหม่ โดยคลิกที่ลิงก์ New Project… ในหน้า Start Page ที่แสดงให้เห็นตั้งแต่เปิดโปรแกรม หรือผ่านเมนู File > New Project ก็ได้

ในหน้าต่าง New Project ให้เลือก Template ในคอลัมน์ด้านซ้ายมือเป็น JavaScript > Windows Store และเลือก Blank App ในคอลัมน์ตรงกลาง ที่สำคัญอย่าลืมตั้งชื่อโครงการตามต้องการ ซึ่งในบทความชุดนี้จะใช้แอพตัวอย่างชื่อ CloudEditor สาธิต

หลังกด OK เพื่อสร้างโครงการใหม่ หน้าจอของ VS2012 จะเปลี่ยนไปจากเดิม โดยแสดงโค้ดของเทมเพลตพื้นฐานให้แทน ซึ่งรายละเอียดการสร้างแอพจะกล่าวถึงต่อไปในตอนหน้า

หมายเหตุ: บทความชุดนี้จะไม่สอนการสร้างแอพ Hello, world และจะใช้ตัวอย่างเป็น CloudEditor แทน ผู้ที่สนใจศึกษาการสร้างแอพด้วยตัวเองก่อน สามารถอ่านเองได้ที่ Create a "Hello, world" app (Windows Store apps using JavaScript and HTML)



องค์ความรู้ที่มีผู้อ่านมากสุด
รายละเอียดของระบบ e-Purchasing Online ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
รายละเอียดของระบบ e-Purchasing Online ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

โดย... Web Master (IT)

เรียนรู้เรื่อง เมนบอร์ด (Mainboard, mother board)
แผงวงจรหลัก เป็นหัวใจสำคัญที่สุดที่อยู่ภายในเครื่อง เมื่อเปิดฝาเครื่องออกมาจะเป็นแผงวงจรขนาดใหญ่วางนอนอยู่ นั่นคือส่วนที่เรียกว่า "เมนบอร์ด"

โดย... Web Master (IT)

AutoCAD คืออะไร
AutoCAD (Computer Aided Drefting/Dedign, CAD) เป็นซอฟต์แวร์ช่วยออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ ที่สามารถรองรับการทำงานทั้งใน 2 มิติ และ 3 มิติ

โดย... Web Master (IT)

ทำความรู้จักกับ IIG (International Internet Gateway ) & NIX(National Internet Exchange )
การใช้งานอินเตอร์เน็ตของเราทุกคน จำเป็นต้องผ่านระบบการให้ บริการของ IIG และ NIX เพราะว่า เป็นเหมือนเส้นทางหลักของศูนย์กลางโครงข่าย ของประเทศไทย ทั้งภายในและ ภายนอกประเทศ ที่จากเดิมเราจะทราบกันอยู่แล้วว่า บริการทั้งสองประเภทนี้จะมีผู้ให้บริการ แบบผูกขาดอยู่เพียงรายเดียวเท่านั้น คือ การสื่อสารแห่งประเทศไทย เพียงเท่านั้น แต่ ณ ปัจจุบันนี้ได้มีหน่วยงานที่เข้ามา กำกับดูแลในเรื่องของโทรคมนาคมของเมืองไทยอย่างเป็น รูปธรรมมากยิ่งขึ้น จึงก่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรี และปัจจุบัน ทาง กทช. ผู้เป็นหน่วยงานหลัก ของ การกำกับดูแลได้เปิดอนุญาตให้กลุ่มบริษัทเอกชนทั่วไป สามารถขอรับใบอนุญาต การให้ บริการทั้งสองประเภทได้ เพื่อให้เกิดการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม และก่อให้ เกิดประโยชน์สูงสุด แก่ผู้บริโภคกันเลยละครับ

โดย... Web Master (IT)

ความรู้เรื่อง...การ์ดจอ
การ์ดจอ (Video Card) การ์ดแสดงผล หรือ กราฟฟิกการ์ด (Graphic card) เป็น แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำหน้าที่ในการนำข้อมูลที่ได้จากการประมวลผลของซีพียูมาแสดงบนจอภาพ ทำให้ผู้ใช้ สามารถควบคุมการทำงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจอภาพจะเป็นส่วนที่รับข้อมูลจากการ์ดแสดงผลอีกทีหนึ่ง การ์ดกราฟฟิกทีได้รับความนิยมและใช้กันแพร่หลายในอยู่ปัจจุบัน เป็นการ์ดกราฟฟิกที่มี GPU เป็นตัวประมวลผล

โดย... Web Master (IT)

Windows XP Service Pack 3 Overview
ภาพรวม Windows XP Service Pack 3 จะประกอบด้วย security updates hotfix และ patch ต่างๆ ที่ไมโครซอฟท์ปล่อยหลังออก SP2 เป็นต้นมาไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงฟังก์ชั่นและการทำงานที่สำคัญ แต่จะอัพเดตองค์ประกอบต่างๆ อย่าง Microsoft Management Console (MMC) 3.0 และ Microsoft Core XML Services 6.0 (MSXML6) เป็นเวอร์ชั่นปัจจุบัน สิ่งที่น่าสนใจประการหนึ่งคือ ไมโครซอฟท์ไม่ได้รวมเอา Windows Internet Explorer 7 เข้ามาไว้ใน SP3 แต่จะใส่มาเฉพาะส่วนที่เป็นอัพเดตและ fix เท่านั้น คล้ายกับว่าไมโครซอฟท์ตั้งใจจะไม่บีบให้ลูกค้าต้องเปลี่ยนจาก IE6 มาใช้ IE7 ใครที่ต้องการอยู่กับ IE6 (ด้วยเหตุผลใดก็ตาม) ก็จะยังสามารถใช้ IE6 ได้ สำหรับใครที่เปลี่ยนไปเป็น IE7 แล้วจะมีอัพเดตมาให้เช่นเดียวกัน

โดย... Web Master (IT)

การประยุกต์ใช้ DATA WAREHOUSEING
มีการประมาณการณ์เอาไว้ว่า ถ้าไม่มีการนำเอาระบบ Data Warehouse มาประยุกต์ใช้ในองค์กร จะมีคน เพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่จะสามารถใช้งานระบบสารสนเทศได้ตามความต้องการ และนั่นก็คือจำนวนคนที่มีระดับความรู้ ทาง IT เพียงพอที่จะสร้าง Query ขึ้นด้วยตนเองเพื่อสนองความต้องการด้านข้อมูลของตน นอกจากนั้นแล้ว ระบบ EIS (Executive Information System) และ DSS (Decision Support System) ก็มักจะทำงานได้ไม่ตรงกับที่ต้องการ เพราะข้อมูล ดิบจากฐานข้อมูลประจำวันนั้น เข้าถึงยาก หรือไม่ก็ทำความเข้าใจได้ไม่ง่ายนัก ยิ่งไปกว่านั้น การอนุญาตให้ผู้ใช้ระดับสูง สามารถเข้าถึงและค้นหาฐานข้อมูลได้โดยตรงอาจจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของงานข้อมูล รวมไปถึงความเป็นระเบียบ (Data Integrity) ของฐานข้อมูลด้วย

โดย... Web Master (IT)

นวัตกรรมรถบรรทุกขนาดใหญ่ B-double รถกึ่งพ่วงบรรทุกแบบพิเศษ
ในยุคที่ประสิทธิภาพและต้นทุนการขนส่งเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพัฒนาร่วมกันอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะเมื่อต้นทุนหลักของการขนส่งคือน้ำมันเชื้อเพลิงมีสัดส่วนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก๊าซธรรมชาติและไบโอดีเซลกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการขนส่งต้องศึกษาและพัฒนากองรถมาทดลองและใช้กันแน่นอน การพัฒนารถไฟและการขนส่งทางลำน้ำให้สามารถขนส่งสินค้าในเส้นทางหลักได้มากขึ้น มีบริการที่แน่นอนและสามารถเชื่อมต่อกับการขนส่งด้วยรถบรรทุกได้สะดวกรวดเร็ว เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายปรารถนา เพราะคาดหมายว่าจะทำให้การขนส่งได้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าการขนส่งด้วยรถบรรทุก ประเด็นเรื่องการขนส่งในปริมาณมากๆ ต่อเที่ยว มักจะยกประเด็นในเรื่องการประหยัดพลังงาน การลดปริมาณมลพิษจากน้ำมัน และการประหยัดค่าจ้างแรงงานของพนักงานขับรถ โดยทั้งหมดคิดหารเฉลี่ยจากจำนวนหน่วยสินค้าและระยะทางขนส่งต่อเที่ยวนั้นๆ หลายครั้งที่รถบรรทุกถูกวางตำแหน่งให้ทำหน้าที่ขนส่งและกระจายสินค้าในระยะทางรัศมีสั้นๆ รอบๆ สถานีหรือต้นทางปลายทางที่เป็น hub

โดย... Web Master (IT)

เรียนรู้เรื่อง CPU
CPU (Central Processing Unit) หรือ โปรเซสเซอร์ (Processor) คือ ส่วนหนึ่งของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีหน้าที่ควบคุมกา รทำงานของส่วนอื่นๆ โดยทั่วไปแล้ว ซีพียูจะประกอบไปด้วย หน่วยควบคุม (Control Unit), หน่วยประมวลผลคณิตศาสตร์และตรรกศาสตร์ (Arithmetic and Logic Unit; ALU) และหน่วยความจำ ได้แก่ รีจีสเตอร์ (Register), แคช (Cache), แรม (RAM) และรอม (ROM)

โดย... Web Master (IT)

การเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (Object Oriented Programming: OOP)
ในปัจจุบันภาษาในการเขียนโปรแกรมเพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศที่ใช้ในองค์กรธุรกิจ มีมากมายหลายภาษาให้เลือก การเรียนรู้ภาษาเขียนโปรแกรมหรือการมีความรู้ในหลาย ๆ ภาษาถือเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจำเป็นต้องเขียนโปรแกรมให้ได้ทุก ๆ ภาษา แต่สามารถเลือกบางภาษาที่เรามีความถนัดหรือเลือกที่จะเริ่มต้นกับภาษาใด ภาษาหนึ่งได้ ซึ่งการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุถือได้ว่าได้รับความนิยมในปัจจุบันรวมถึงแนวโน้มในอนาคต ซึ่ง Java ก็เป็นหนึ่งในการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ ที่มีพื้นฐานมาจากภาษา C และคิดว่าน่าจะเป็นอีกภาษาหนึ่งที่น่าศึกษาและน่าเรียนรู้ เพราะเทคโนโลยีของ Java ถือว่ากำลังร้อนแรงในแวดวงของ Software

โดย... Web Master (IT)