ข้อมูลองค์ความรู้โดย
Web Master (IT)
ตำแหน่ง อาจารย์

SAP คืออะไร

ประเภททางด้าน IT หลัก :   Enterprise Back Office
ประเภททางด้าน IT ย่อย :   SAP
  ลงข้อมูลเมื่อ 12:02:43 22/02/2013
  Page View (2115) แบ่งปัน

 

SAP (Systems, Applications, Products in Data Processing) เป็นซอฟต์แวร์เยอรมัน และเป็นซอฟต์แวร์
ที่เรียกว่า ERP (Enterprise Resource Planning) คือใน SAP เองจะประกอบไปด้วยหลายๆโมดุล ที่มันสามารถ
ส่งข้อมูลถึงกัน (Integrated software) โดยไม่ต้องทำการป้ อนข้อมูลเข้าไปซ้ำซ้อนกันในแต่ละโมดุล
โมดุลที่ว่าเหล่านี้อาทิเช่น การจัดการวัตถุดิบ (Material Management) วางแผนการผลิต (Production Planning)
การขายสินค้า (Sales Distribution) ต้นทุน (Costing) การเงิน (Finance) ทรัพยากรมนุษย์ (Human Resources)
ซ่อมบำรุง (Plant Maintenance) เป็นต้นและอีกมากมาย
ลองมาดูว่ามันสามารถส่งข้อมูลถึงกันได้อย่างไร ผมจะยกตัวอย่างจากโมดุลที่ยกตัวอย่างมาข้างต้น
ขั้นแรกเราก็จะทำการป้ อนข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุดิบและรหัสสินค้าที่เรามีเข้าสู่ MMโมดุล หลังจากนั้นเราก็เอา
ข้อมูลของ MM โมดุลมาสร้างสูตรการผลิต (Bill of Material) หรือ BOM ใน PPโมดุล เมื่อเรามีคำสั่งซื้อ
ก็จะทำการป้ อนข้อมูลเข้ามาที่ SDโมดุลโดยคำสั่งซื้อของลูกค้าก็จะต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า
ที่ต้องการแต่ละรายการ ถ้ารหัสสินค้าไม่มีอยู่ใน MM โมดุล SAP ก็จะไม่อนุญาติให้ทำรายการสั่งซื้อนั้นๆ
สำหรับรายการใดที่ไม่มีปัญหาก็จะมีการตรวจสอบวัตถุดิบ (Material Requirement Planning) หรือMRP
ว่ามีวัตถุดิบเพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่ก็จะมีการออกคำสั่งซื้อ (Purchasing Order) วัตถุดิบเหล่านั้น
ตามจำนวนที่มีความต้องการที่เหมาะสม และให้มาส่งมอบ (Delivery) ในเวลาที่เหมาะสมทันกับเวลาที่ต้องการ
ใช้วัตถุดิบนั้นในการผลิต โดยที่ไม่ต้องมีวัตถุดิบคงค้าง (Stock) จำนวนมาก เมื่อมีวัตถุดิบเพียงพอแล้ว
ก็จะมีการวางแผนการผลิต SAP จะอาศัยข้อมูลจากที่ป้ อนเข้าไปใน MM โมดุลเพื่อการคำนวณว่าในการ
ผลิตผลิตภัณฑ์ (Finished goods) นั้นๆในจำนวนที่สั่งมาจากคำสั่งซื้อของลูกค้าจะผลิตเสร็จเมื่อใด
ในระหว่างการผลิตก็จะมีการกระจายต้นทุนในการผลิต (Cost Distribution) ไปตามศูนย์ต้นทุน (Cost center)
ซึ่งก็จะไปเกี่ยวข้องกับ CO โมดุล เมื่อมีการรับวัตถุดิบจากตัวแทนขายวัตถุดิบ (Vendor) ที่ได้ทำการออก PO
ไปเบื้องต้นก็จะมีการรับของเข้าสต๊อกผ่าน MM โมดุล และเมื่อมีการรับวางบิล (Billing) จากตัวแทนขายวัตถุดิบ
ก็จะมีการจ่ายเช็ค (Cheque) เพื่อชำระค่าวัตถุดิบก็จะไปเกี่ยวข้องกับ FI โมดุล เมื่อผลิตภัณฑ์ทำเสร็จสิ้น
พร้อมที่จะส่งให้ลูกค้า ก็จะเกี่ยวข้องกับ SDโมดุล และทำอินวอยซ์ (Invoice) เพื่อเรียกเก็บเงินจากลูกค้าของเรา
เมื่อรับเงินแล้วก็ต้องมีการลงบัญชี และทุกเดือนก็จะมีการคิดต้นทุนที่แท้จริงอีu3585 .ครั้งที่เกิดขึ้นจากการผลิตจริง
ผลที่ได้ก็จะไปเกียวข้องกับ FI โมดุลในที่สุด
ต้องขออภัยที่ไม่ได้รวมHRกับPMเข้ามาด้วยเพราะคิดว่าน่าจะปวดหัวพอเพียงแล้ว ที่ยกตัวอย่าง
มาข้างต้นเป็นแค่หนึ่งในพันที่ SAP ทำได้ SAP เป็นซอฟต์แวร์ที่ดีและเป็นอันดับหนึ่งของโลกผมไม่เห็น ERP
ตัวไหนในปัจจุบันจะมาทาบรัศมีได้ไม่ว่าจะเป็น Oracle People soft Bann เป็นต้น
ถ้ามันดูวิเศษขนาดนี้ธุรกิจไทยควรจะซื้อไหมเพื่อเสริมเขี้ยวเล็บ ถ้าผมเป็นเจ้าของธุรกิจ
ผมต้องพิจารณาหลายตลบ แล้วทำไมถึงต้องพิจารณาหลายตลบผมจะมาเล่าให้ทราบในโอกาสต่อๆไป

SAP (Systems, Applications, Products in Data Processing) เป็นซอฟต์แวร์เยอรมัน และเป็นซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า ERP (Enterprise Resource Planning) คือใน SAP เองจะประกอบไปด้วยหลายๆโมดุล ที่มันสามารถส่งข้อมูลถึงกัน (Integrated software) โดยไม่ต้องทำการป้ อนข้อมูลเข้าไปซ้ำซ้อนกันในแต่ละโมดุลโมดุลที่ว่าเหล่านี้อาทิเช่น การจัดการวัตถุดิบ (Material Management) วางแผนการผลิต (Production Planning)การขายสินค้า (Sales Distribution) ต้นทุน (Costing) การเงิน (Finance) ทรัพยากรมนุษย์ (Human Resources)ซ่อมบำรุง (Plant Maintenance) เป็นต้นและอีกมากมายลองมาดูว่ามันสามารถส่งข้อมูลถึงกันได้อย่างไร ผมจะยกตัวอย่างจากโมดุลที่ยกตัวอย่างมาข้างต้นขั้นแรกเราก็จะทำการป้ อนข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุดิบและรหัสสินค้าที่เรามีเข้าสู่ MMโมดุล หลังจากนั้นเราก็เอาข้อมูลของ MM โมดุลมาสร้างสูตรการผลิต (Bill of Material) หรือ BOM ใน PPโมดุล เมื่อเรามีคำสั่งซื้อก็จะทำการป้ อนข้อมูลเข้ามาที่ SDโมดุลโดยคำสั่งซื้อของลูกค้าก็จะต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ต้องการแต่ละรายการ ถ้ารหัสสินค้าไม่มีอยู่ใน MM โมดุล SAP ก็จะไม่อนุญาติให้ทำรายการสั่งซื้อนั้นๆสำหรับรายการใดที่ไม่มีปัญหาก็จะมีการตรวจสอบวัตถุดิบ (Material Requirement Planning) หรือMRPว่ามีวัตถุดิบเพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่ก็จะมีการออกคำสั่งซื้อ (Purchasing Order) วัตถุดิบเหล่านั้นตามจำนวนที่มีความต้องการที่เหมาะสม และให้มาส่งมอบ (Delivery) ในเวลาที่เหมาะสมทันกับเวลาที่ต้องการใช้วัตถุดิบนั้นในการผลิต โดยที่ไม่ต้องมีวัตถุดิบคงค้าง (Stock) จำนวนมาก เมื่อมีวัตถุดิบเพียงพอแล้วก็จะมีการวางแผนการผลิต SAP จะอาศัยข้อมูลจากที่ป้ อนเข้าไปใน MM โมดุลเพื่อการคำนวณว่าในการผลิตผลิตภัณฑ์ (Finished goods) นั้นๆในจำนวนที่สั่งมาจากคำสั่งซื้อของลูกค้าจะผลิตเสร็จเมื่อใดในระหว่างการผลิตก็จะมีการกระจายต้นทุนในการผลิต (Cost Distribution) ไปตามศูนย์ต้นทุน (Cost center)ซึ่งก็จะไปเกี่ยวข้องกับ CO โมดุล เมื่อมีการรับวัตถุดิบจากตัวแทนขายวัตถุดิบ (Vendor) ที่ได้ทำการออก POไปเบื้องต้นก็จะมีการรับของเข้าสต๊อกผ่าน MM โมดุล และเมื่อมีการรับวางบิล (Billing) จากตัวแทนขายวัตถุดิบก็จะมีการจ่ายเช็ค (Cheque) เพื่อชำระค่าวัตถุดิบก็จะไปเกี่ยวข้องกับ FI โมดุล เมื่อผลิตภัณฑ์ทำเสร็จสิ้นพร้อมที่จะส่งให้ลูกค้า ก็จะเกี่ยวข้องกับ SDโมดุล และทำอินวอยซ์ (Invoice) เพื่อเรียกเก็บเงินจากลูกค้าของเราเมื่อรับเงินแล้วก็ต้องมีการลงบัญชี และทุกเดือนก็จะมีการคิดต้นทุนที่แท้จริงอีu3585 .ครั้งที่เกิดขึ้นจากการผลิตจริงผลที่ได้ก็จะไปเกียวข้องกับ FI โมดุลในที่สุดต้องขออภัยที่ไม่ได้รวมHRกับPMเข้ามาด้วยเพราะคิดว่าน่าจะปวดหัวพอเพียงแล้ว ที่ยกตัวอย่างมาข้างต้นเป็นแค่หนึ่งในพันที่ SAP ทำได้ SAP เป็นซอฟต์แวร์ที่ดีและเป็นอันดับหนึ่งของโลกผมไม่เห็น ERPตัวไหนในปัจจุบันจะมาทาบรัศมีได้ไม่ว่าจะเป็น Oracle People soft Bann เป็นต้นถ้ามันดูวิเศษขนาดนี้ธุรกิจไทยควรจะซื้อไหมเพื่อเสริมเขี้ยวเล็บ ถ้าผมเป็นเจ้าของธุรกิจผมต้องพิจารณาหลายตลบ แล้วทำไมถึงต้องพิจารณาหลายตลบผมจะมาเล่าให้ทราบในโอกาสต่อๆไป

 



องค์ความรู้ที่มีผู้อ่านมากสุด
รายละเอียดของระบบ e-Purchasing Online ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
รายละเอียดของระบบ e-Purchasing Online ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

โดย... Web Master (IT)

เรียนรู้เรื่อง เมนบอร์ด (Mainboard, mother board)
แผงวงจรหลัก เป็นหัวใจสำคัญที่สุดที่อยู่ภายในเครื่อง เมื่อเปิดฝาเครื่องออกมาจะเป็นแผงวงจรขนาดใหญ่วางนอนอยู่ นั่นคือส่วนที่เรียกว่า "เมนบอร์ด"

โดย... Web Master (IT)

AutoCAD คืออะไร
AutoCAD (Computer Aided Drefting/Dedign, CAD) เป็นซอฟต์แวร์ช่วยออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ ที่สามารถรองรับการทำงานทั้งใน 2 มิติ และ 3 มิติ

โดย... Web Master (IT)

ทำความรู้จักกับ IIG (International Internet Gateway ) & NIX(National Internet Exchange )
การใช้งานอินเตอร์เน็ตของเราทุกคน จำเป็นต้องผ่านระบบการให้ บริการของ IIG และ NIX เพราะว่า เป็นเหมือนเส้นทางหลักของศูนย์กลางโครงข่าย ของประเทศไทย ทั้งภายในและ ภายนอกประเทศ ที่จากเดิมเราจะทราบกันอยู่แล้วว่า บริการทั้งสองประเภทนี้จะมีผู้ให้บริการ แบบผูกขาดอยู่เพียงรายเดียวเท่านั้น คือ การสื่อสารแห่งประเทศไทย เพียงเท่านั้น แต่ ณ ปัจจุบันนี้ได้มีหน่วยงานที่เข้ามา กำกับดูแลในเรื่องของโทรคมนาคมของเมืองไทยอย่างเป็น รูปธรรมมากยิ่งขึ้น จึงก่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรี และปัจจุบัน ทาง กทช. ผู้เป็นหน่วยงานหลัก ของ การกำกับดูแลได้เปิดอนุญาตให้กลุ่มบริษัทเอกชนทั่วไป สามารถขอรับใบอนุญาต การให้ บริการทั้งสองประเภทได้ เพื่อให้เกิดการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม และก่อให้ เกิดประโยชน์สูงสุด แก่ผู้บริโภคกันเลยละครับ

โดย... Web Master (IT)

ความรู้เรื่อง...การ์ดจอ
การ์ดจอ (Video Card) การ์ดแสดงผล หรือ กราฟฟิกการ์ด (Graphic card) เป็น แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำหน้าที่ในการนำข้อมูลที่ได้จากการประมวลผลของซีพียูมาแสดงบนจอภาพ ทำให้ผู้ใช้ สามารถควบคุมการทำงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจอภาพจะเป็นส่วนที่รับข้อมูลจากการ์ดแสดงผลอีกทีหนึ่ง การ์ดกราฟฟิกทีได้รับความนิยมและใช้กันแพร่หลายในอยู่ปัจจุบัน เป็นการ์ดกราฟฟิกที่มี GPU เป็นตัวประมวลผล

โดย... Web Master (IT)

Windows XP Service Pack 3 Overview
ภาพรวม Windows XP Service Pack 3 จะประกอบด้วย security updates hotfix และ patch ต่างๆ ที่ไมโครซอฟท์ปล่อยหลังออก SP2 เป็นต้นมาไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงฟังก์ชั่นและการทำงานที่สำคัญ แต่จะอัพเดตองค์ประกอบต่างๆ อย่าง Microsoft Management Console (MMC) 3.0 และ Microsoft Core XML Services 6.0 (MSXML6) เป็นเวอร์ชั่นปัจจุบัน สิ่งที่น่าสนใจประการหนึ่งคือ ไมโครซอฟท์ไม่ได้รวมเอา Windows Internet Explorer 7 เข้ามาไว้ใน SP3 แต่จะใส่มาเฉพาะส่วนที่เป็นอัพเดตและ fix เท่านั้น คล้ายกับว่าไมโครซอฟท์ตั้งใจจะไม่บีบให้ลูกค้าต้องเปลี่ยนจาก IE6 มาใช้ IE7 ใครที่ต้องการอยู่กับ IE6 (ด้วยเหตุผลใดก็ตาม) ก็จะยังสามารถใช้ IE6 ได้ สำหรับใครที่เปลี่ยนไปเป็น IE7 แล้วจะมีอัพเดตมาให้เช่นเดียวกัน

โดย... Web Master (IT)

การประยุกต์ใช้ DATA WAREHOUSEING
มีการประมาณการณ์เอาไว้ว่า ถ้าไม่มีการนำเอาระบบ Data Warehouse มาประยุกต์ใช้ในองค์กร จะมีคน เพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่จะสามารถใช้งานระบบสารสนเทศได้ตามความต้องการ และนั่นก็คือจำนวนคนที่มีระดับความรู้ ทาง IT เพียงพอที่จะสร้าง Query ขึ้นด้วยตนเองเพื่อสนองความต้องการด้านข้อมูลของตน นอกจากนั้นแล้ว ระบบ EIS (Executive Information System) และ DSS (Decision Support System) ก็มักจะทำงานได้ไม่ตรงกับที่ต้องการ เพราะข้อมูล ดิบจากฐานข้อมูลประจำวันนั้น เข้าถึงยาก หรือไม่ก็ทำความเข้าใจได้ไม่ง่ายนัก ยิ่งไปกว่านั้น การอนุญาตให้ผู้ใช้ระดับสูง สามารถเข้าถึงและค้นหาฐานข้อมูลได้โดยตรงอาจจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของงานข้อมูล รวมไปถึงความเป็นระเบียบ (Data Integrity) ของฐานข้อมูลด้วย

โดย... Web Master (IT)

นวัตกรรมรถบรรทุกขนาดใหญ่ B-double รถกึ่งพ่วงบรรทุกแบบพิเศษ
ในยุคที่ประสิทธิภาพและต้นทุนการขนส่งเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพัฒนาร่วมกันอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะเมื่อต้นทุนหลักของการขนส่งคือน้ำมันเชื้อเพลิงมีสัดส่วนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก๊าซธรรมชาติและไบโอดีเซลกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการขนส่งต้องศึกษาและพัฒนากองรถมาทดลองและใช้กันแน่นอน การพัฒนารถไฟและการขนส่งทางลำน้ำให้สามารถขนส่งสินค้าในเส้นทางหลักได้มากขึ้น มีบริการที่แน่นอนและสามารถเชื่อมต่อกับการขนส่งด้วยรถบรรทุกได้สะดวกรวดเร็ว เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายปรารถนา เพราะคาดหมายว่าจะทำให้การขนส่งได้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าการขนส่งด้วยรถบรรทุก ประเด็นเรื่องการขนส่งในปริมาณมากๆ ต่อเที่ยว มักจะยกประเด็นในเรื่องการประหยัดพลังงาน การลดปริมาณมลพิษจากน้ำมัน และการประหยัดค่าจ้างแรงงานของพนักงานขับรถ โดยทั้งหมดคิดหารเฉลี่ยจากจำนวนหน่วยสินค้าและระยะทางขนส่งต่อเที่ยวนั้นๆ หลายครั้งที่รถบรรทุกถูกวางตำแหน่งให้ทำหน้าที่ขนส่งและกระจายสินค้าในระยะทางรัศมีสั้นๆ รอบๆ สถานีหรือต้นทางปลายทางที่เป็น hub

โดย... Web Master (IT)

เรียนรู้เรื่อง CPU
CPU (Central Processing Unit) หรือ โปรเซสเซอร์ (Processor) คือ ส่วนหนึ่งของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีหน้าที่ควบคุมกา รทำงานของส่วนอื่นๆ โดยทั่วไปแล้ว ซีพียูจะประกอบไปด้วย หน่วยควบคุม (Control Unit), หน่วยประมวลผลคณิตศาสตร์และตรรกศาสตร์ (Arithmetic and Logic Unit; ALU) และหน่วยความจำ ได้แก่ รีจีสเตอร์ (Register), แคช (Cache), แรม (RAM) และรอม (ROM)

โดย... Web Master (IT)

การเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (Object Oriented Programming: OOP)
ในปัจจุบันภาษาในการเขียนโปรแกรมเพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศที่ใช้ในองค์กรธุรกิจ มีมากมายหลายภาษาให้เลือก การเรียนรู้ภาษาเขียนโปรแกรมหรือการมีความรู้ในหลาย ๆ ภาษาถือเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจำเป็นต้องเขียนโปรแกรมให้ได้ทุก ๆ ภาษา แต่สามารถเลือกบางภาษาที่เรามีความถนัดหรือเลือกที่จะเริ่มต้นกับภาษาใด ภาษาหนึ่งได้ ซึ่งการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุถือได้ว่าได้รับความนิยมในปัจจุบันรวมถึงแนวโน้มในอนาคต ซึ่ง Java ก็เป็นหนึ่งในการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ ที่มีพื้นฐานมาจากภาษา C และคิดว่าน่าจะเป็นอีกภาษาหนึ่งที่น่าศึกษาและน่าเรียนรู้ เพราะเทคโนโลยีของ Java ถือว่ากำลังร้อนแรงในแวดวงของ Software

โดย... Web Master (IT)