ข้อมูลองค์ความรู้โดย
Web Master (IT)
ตำแหน่ง อาจารย์

SAN(Storage Area Network)

ประเภททางด้าน IT หลัก :   Communications
ประเภททางด้าน IT ย่อย :   Storage Area Networks (SANs)
  ลงข้อมูลเมื่อ 14:39:35 08/07/2010
  Page View (2093) แบ่งปัน

SAN(Storage Area Network)
 
SAN (Storage Area Network) และ NAS (Network Attached Storage) ต่างเป็นเทคโนโลยีเพื่อช่วยเข้าถึงข้อมูลในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ เพื่อเข้ามาแทนที่การเชื่อมต่ออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลโดยตรงอย่าง Direct Attached Storage (DAS) ซึ่งมีข้อจำกัดอยู่หลายอย่าง เช่น ความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล ความถูกต้องของข้อมูล หรือ พื้นที่จัดเก็บ ให้เกิดความยืดหยุ่นในการเข้าถึงอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลมากกว่า โดยเทคโนโลยีทั้งสองอย่างมีพื้นฐานมาจากมาตรฐานเปิดเน็ตเวิร์กโปรโตคอล
 
ความเข้าใจเกี่ยวกับ SAN
1. การจัดเก็บข้อมูลแบบ SAN
เป็นเครือข่ายของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลโดยเฉพาะ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับระบบ LAN กล่าวคือ เป็นเครือข่ายที่แยกตัวออกมาจาก LAN ดังนั้นการส่งถ่ายข้อมูลข่าวสารของตัวอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล จึงไม่มีผลกระทบโดยตรงกับเครือข่าย LAN ในองค์กร
 
2. SAN ไม่ใช่อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนเครือข่าย
อุปกรณ์จัดเก็บ เช่น Hard Disk หรือ Tape Backup รวมทั้งอุปกรณ์จัดเก็บอื่น ๆ บน LAN ไม่ใช่ SAN ไม่ว่าเครือข่ายจะมีเซิร์ฟเวอร์จำนวนมากเท่าใด อุปกรณ์การจัดเก็บข้อมูลทั้งภายนอก และภายในเซิร์ฟเวอร์จะมีขนาดใหญ่ หรือจำนวนมากเท่าใด ก็ยังไม่สามารถเรียกว่า SAN
 
3. SAN ไม่ใช่อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่เชื่มต่อกันโดยตรงกับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ หรือเครือข่าย
การเชื่อมต่ออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบต่อตรง ยังมีปัญหาในเรื่องขีดจำกัดของ SCSI Adapter หรืออินเทอร์เฟสของระบบ SCSI ที่ใช้ รวมทั้งแอดเดรสที่เครื่องเซิร์ฟเวอร์จะมีให้ นอกจากนี้การที่อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลทำงานภายใต้ระบบ SCSI และถูกติดตั้งไว้บนระบบ LAN จะทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของประสิทธิภาพเกิดขึ้น เนื่องจาก Workstation ต่าง ๆ บน LAN จะต้องเข้ามาขอแบ่งการใช้งานแบนด์วิดธ์ของระบบ LAN ที่มีอยู่ ทำให้การทำงานช้าลง
 
4. ใช้การเชื่อมต่อแบบ Fiber Channel
SAN ใช้ระบบการเชื่อมต่อและโปรโตคอลที่เรียกว่า Fiber Channel การเชื่อมต่อที่ใช้เทคโนโลยีลักษณะนี้จะเป็นการเชื่อมต่อเฉพาะแบบที่ไม่ใช่ระบบ LAN จะยอมให้ส่งคำสั่งควบคุมการจัดส่งข้อมูลระหว่างตัวอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ในรูปแบบของอนุกรมมากกว่าที่จะเป็นแบบคู่ขนาน
 

 
รูปแสดงโครงสร้างการเชื่อมต่อของ SAN
 
สรุปลักษณะที่แสดงว่าเป็นระบบ SAN
  อุปกรณ์การจัดเก็บข้อมูลอยู่หลังเครื่องเซิร์ฟเวอร์
   
  อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่มีอยู่จะมีการเชื่อมต่อกันเอง ไม่เชื่มต่อกับเครื่องเซิร์ฟเวอร์โดยตรง และมีการแยก Hub ออกมาต่างหาก ไม่ใช้ Ethernet Switching Hub
   
  เซิร์ฟเวอร์ต่างๆ มีการเชื่อมต่อกันเป็นกลุ่ม เรียกว่า Storage Pool
   
  เซิร์ฟเวอร์ที่นำมาเชื่อมต่อกันบน Hub พิเศษ เช่น Fiber Channel Hub ไม่ถูกจำกัดว่าจะต้องทำงานบนระบบปฏิบัติการอะไร หมายความว่า สามารถใช้ได้กับระบบปฏิบัติการเครือข่ายทุกชนิด
   
  มีการเชื่อมต่อแบบ Fiber Channel อุปกรณ์เชื่อมต่อ รวมทั้งสายสัญญาณที่ใช้ เชื่อมต่อกันขึ้นเป็นระบบ SAN ประกอบขึ้นด้วย สายใยแก้วนำแสง อุปกรณ์ Fiber Channel Hub รวมทั้ง Fiber Channel Adapter เป็นต้น
   
  มีเส้นทางการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นระบบ Bus หรือ Star หรือ Ring เป็นต้น
   
 
การทำงานของ SAN แบ่งได้เป็น 3 รูปแบบคือ
1. Server to Storage
เป็นรูปแบบที่ใช้มาตั้งแต่อดีต โดยการเชิ่อมต่อระหว่างอุปกรณ์เก็บข้อมูลกับเซิร์ฟเวอร์ มีข้อดี คือ อุปกรณ์ตัวหนึ่งๆ จะสามารถถูก Access โดยเซิร์ฟเวอร์ได้หลายตัว
2. Server toServer
สามารถติดต่อสื่อสารระหว่าง Server ด้วยความเร็วสูง
3. Storage to Storage
ความสามารถในข้อนี้ เป็นสิ่งที่เพิ่มเข้ามา ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายข้อมูลได้โดยไม่ผ่านเซิร์ฟเวอร์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้สามารถลดการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ลงได้
 
 
 
องค์ประกอบของ SAN ประกอบด้วย
1. SAN Servers
โครงสร้างพื้นฐานของเซิร์ฟเวอร์ ประกอบด้วย Platform หลาย ๆ รูปแบบผสมกัน เช่น Windows NT, Unix, Linux และ OS/390 ซึ่ง SAN สามารถใช้ได้กับระบบปฏิบัติการเครือข่ายทุกชนิด
 
2. SAN Storage
SAN มี storage device เป็นศูนย์กลางทำให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ และลดค่าใช้จ่าย ข้อมูลของ SAN จะถูกเก็บอยู่ภายนอก และสามารถกระจายการทำงานไปทั่วทั้งองค์กรได้
 
 
รูปแสดง SAN Storage
 
3. SAN Interconnect
ถือเป็นปัจจัยตัวแรกที่ต้องพิจารณาก่อนที่จะมีการนำ SAN ไปใช้ เพราะการเชื่อมต่อกัน ระหว่างอุปกรณ์เก็บข้อมูลกับเซิร์ฟเวอร์เป็นเรื่องของเทคโนโลยี
 
 
รูปแสดง SAN Interconnect Switch
 
อุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อแบบ SAN
  a) Cable และ Connector
  Cable ที่สนับสนุนการเชื่อมต่อแบบ SAN มี 2 ชนิด คือ สายทองแดง และสาย fiber optic โดยสายทองแดงใช้สำหรับการเชื่อมต่อในระยะทางสั้น ๆ ไม่เกิน 30 เมตร ส่วนสาย fiber optic แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Multi-Mode Fiber (MMF) ใช้สำหรับระยะทางใกล้ไม่เกิน 2 กิโลเมตร และ Single-Mode Fiber (SMF) สำหรับระยะทางไกล ๆ ไม่เกิน 10 กิโลเมตร
   
  b) Gigabit Link Model (GLM)
  เป็นหน่วยในการรับส่งสัญญาณหน่วยหนึ่งของ Fiber Channel ที่มีความจำเป็นในการติดตั้งอุปกรณ์ interface ของ Fiber Channel ลงบนระบบ
   
  c) Gigabit Interface Adapter (GIA)
  โดยทั่วไปแล้วจะใช้กับ Hub หรือ switches และใช้ได้ทั้งกับสาย fiber optic และสายทองแดงเพื่อเชื่อมต่อเข้ากับ Hub หรือ switches ตัวเดียวกัน
   
  d) Media Interface Adapter (MIA)
  ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการแปลงการเชื่อมต่อ Interface ของสาย fiber optic กับสายทองแดง โดยปกติ MIA จะติดอยู่กับ adapter ของ host bus แต่สามารถใช้ได้กับ switches หรือ Hub เมื่อ switches หรือ Hub สนับสนุนการเชื่อมต่อกับสายทองแดงหรือสาย fiber optic ซึ่ง MIA จะเป็นตัวแปลงสัญญาณเพื่อให้เหมาะกับสื่อที่ใช้
   
  e) Adapter
  เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อกับเครือข่ายเซิร์ฟเวอร์ หรืออุปกรณ์เก็บข้อมูล ช่วยควบคุมโปรโตคอลที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร ใน Adapter มีส่วนประกอบหลักคือ GLM (Gigabit/Global/Generic Link Module) ทำหน้าที่ในการเปลี่ยนการทำงานตามรูปแบบของสายส่งสัญญาณ
   
  f) Extenders
  ใช้เพื่อให้ node หลาย ๆ node ที่อยู่ไกลกันสามารถติดต่อกันได้ง่าย
   
  g) Multiplexors
  เป็นอุปกรณ์ที่เป็นตัวกลางในการส่งผ่านข้อมูลจากหลาย ๆ ช่องทางให้ผ่านไปยังช่องทางเดียว
   
  h) Hubs
  มี Fiber Channel Hub ใช้สำหรับการเชื่อม node ที่ไม่เกิน 126 node ใน 1 loop ซึ่งทุก ๆ node ในลูปจะใช้ bandwidth ร่วมกัน ในแต่ละ port ของ hub จะมี Port Bypass Circuit (PBC) เพื่อเปิด-ปิดลูปอย่างอัตโนมัติ
   
  i) Routers
  การเก็บข้อมูลมีความแตกต่างจาก Router ของเครือข่ายทั่วไป แต่ยังมีแนวคิดพื้นฐานเดียวกันโดย storage router จะใช้โปรโตคอล FCP (SCSI)
   
  j) Bridges
  เป็นอุปกรณ์ช่วยอำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสารระหว่าง LAN และ SAN หรือเครือข่ายอื่นที่ใช้โปรโตคอลแตกต่างกัน
   
  k) Gateways
  เป็นเสมือนสถานีในเครือข่ายที่เป็นตัวกลาง ในการเชื่อมต่อกันระกวางเครือข่าย หรืออุปกรณ์ 2 เครือข่าย หรือมากกว่า ที่มีรูปแบบของโปรโตคอลที่แตกต่างกัน ซึ่ง IBM SAN data Gateway มักจะติดอยู่กับ SCSI device
   
  l) Switches
  เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อหลาย ๆ device เพื่อช่วยเพิ่มขนาดของ bandwidth และลดความคับคั่งในการไหลของ throughput
   
4. SAN Application
ประโยชน์ที่ได้รับจาก SAN มีหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นในด้านของประสิทธิภาพการทำงาน ความสามารถด้านการบริหารจัดการ และความสามารถของการเพิ่มขยาย
 
รูปแสดง SAN Aplication
 
5. Managing SAN
เพื่อให้การทำงานเกิดประโยชน์สูงสุด โครงสร้างของ SAN (switches, router, etc.) ต้องมีการจัดการที่มีประสิทธิภาพ ผู้ผลิตทั้งหลายจึงมีการประยุกต์มาตรฐาน Simple Network Management (SNMP), Web Based Enterprise Management (WBEM) และ Enterprise Storage Resources Management (ESRM) เพื่อให้การควบคุมดูแลถูกต้องตรงกัน ซึ่งสิ่งสำคัญคือ ต้องแน่ใจว่าส่วนประกอบต่าง ๆ ของ SAN สามารถทำงานร่วมกันได้แม้จะใช้ Software package ที่ต่างกัน ซึ่ง ESRM สามารถนำมาใช้งานได้กับการเชื่อมต่อ SAN ที่มี resource แตกต่างกัน
 
จุดแข็งของ SAN

โครงสร้างของ SAN นั้นถูกออกแบบมาให้รองรับกับระบบงานที่มีขนาดใหญ่ ที่มีการขยายตัวของปริมาณข้อมูลสูง รองรับการทำงานได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อวัน เจ็ดวันต่อสัปดาห์ หากเป็นระบบการเชื่อมต่ออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบเก่า ถ้ามีขนาดพื้นที่เก็บข้อมูลไม่เพียงพอแล้ว จำเป็นต้องเพิ่มขนาดของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเข้ากับเซิร์ฟเวอร์เพื่อให้เซิร์ฟเวอร์รู้จัก แต่ใน SAN สามารถที่จะเพิ่มอุปกรณ์ใหม่เข้าไปในระบบได้ทันที โดยที่ไม่ต้องปิดเซิร์ฟเวอร์ก่อน เพียงติดตั้งอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแล้วต่อเข้ากับพอร์ต fiber optic switch เซิร์ฟเวอร์จะค้นหาอุปกรณ์ใหม่โดยอัตโนมัติ ทำให้ระบบสามารถที่จะทำงานได้ตลอดเวลาโดยที่ไม่ต้องปิดระบบ

การดูแลควบคุมก็เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญของระบบ โครงสร้างของ SAN จะช่วยให้สามารถดูแลเซิร์ฟเวอร์จำนวนมากในระบบได้โดยผ่านระบบศูนย์กลาง ซึ่งจะเป็นการทำให้ลดค่าใช้จ่ายไปได้มากในส่วนของการดูแล

SAN ใช้ระบบการเชื่อมต่อและโปรโตคอลที่เรียกว่า Fiber Channel ทำให้สามารถที่ส่งผ่านข้อมูลขนาดใหญ่เป็นบล็อกได้ด้วยความเร็วสูง ทำให้สามารถสำรองข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และด้วยการใช้ Fiber Channel Switch นี้เอง ทำให้ SAN มีความสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ด้วยระยะทางที่ไกลมากขึ้น และเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้มากกว่าเดิม

 
ข้อดีของ SAN
ข้อดีของ SAN คือ การปรับปรุงความสามารถทางด้านความน่าเชื่อถือ และทางด้านการขยายขนาดของข้อมูลขององค์กร การสำรองข้อมูล หรือการกู้คืนข้อมูล SAN นั้นสามารถที่จะสำรองข้อมูลและกู้คืนข้อมูลด้วยเวลาที่รวดเร็ว ซึ่งจะลดความหนาแน่นของข้อมูลภายในเน็ตเวิร์กได้เป็นอย่างดี เป็นการใช้ bandwidth ในระบบ LAN ที่ถูกต้อง อีกทั้ง SAN ยังสามารถทำงานข้ามระบบ MAN (Metropolitan Area Network) และเมื่อใช้งานร่วมกัน จะทำให้สามารถเชื่อมต่อได้ไกลถึง 150 กิโลเมตร มีการแยกอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลออกจากเซิร์ฟเวอร์ ทำให้สามารถเพิ่มจำนวนของอุปกรณ์จัดเก็บได้โดยที่ไม่ต้องปิดระบบ และไม่กระทบกระเทือนต่อการทำงานของเครือข่าย การดูแลรักษาระบบแยกจากกันได้ไม่มีปัญหา
 
ข้อจำกัดของ SAN
แม้ว่าระบบ Fiber Channel ที่นำมาใช้บน SAN จะเป็นระบบการส่งถ่ายข้อมูลจากอุปกรณ์จัดเก็บที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ SAN ก็มีจุดด้อยเช่นกัน
 
1. ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ Total Cost of Ownership (TCO) ของ Fiber Channel คือ มีค่าใช้จ่ายสูงในการดูแลรักษา รวมทั้งการจัดจ้างผู้ชำนาญการในด้านระบบ Fiber Channel ยังทำได้ยาก การดูแลระบบ Fiber Channel จำเป็นต้องมีผู้ชำนาญการ จึงทำให้การติดตั้ง Fiber Channel มีต้นทุนค่าใช้จ่ายสูง แม้ว่าจะเป็นระบบที่มีการบริหารจัดการที่ง่ายก็ตาม
 
2. ปัญหาเรื่องระยะทางในการปฏิบัติงาน แม้ว่าในทางทฤษฎีแล้ว ระบบ Fiber Channel สามารถมีระยะทางการเชื่อมต่อสื่อสารได้ไกลมากถึง 10 กิโลเมตร การเชื่อมต่อแต่ละจุดที่ใช้สาย Fiber optic แบบ Multimode จะมีข้อจำกัดในเรื่องระยะทางการเชื่อมต่ออยู่ที่ 250 – 500 เมตรเท่านั้น

ที่มา : http://www.it.co.th/backup_system.php?act=SAN



องค์ความรู้ที่มีผู้อ่านมากสุด
รายละเอียดของระบบ e-Purchasing Online ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
รายละเอียดของระบบ e-Purchasing Online ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

โดย... Web Master (IT)

เรียนรู้เรื่อง เมนบอร์ด (Mainboard, mother board)
แผงวงจรหลัก เป็นหัวใจสำคัญที่สุดที่อยู่ภายในเครื่อง เมื่อเปิดฝาเครื่องออกมาจะเป็นแผงวงจรขนาดใหญ่วางนอนอยู่ นั่นคือส่วนที่เรียกว่า "เมนบอร์ด"

โดย... Web Master (IT)

AutoCAD คืออะไร
AutoCAD (Computer Aided Drefting/Dedign, CAD) เป็นซอฟต์แวร์ช่วยออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ ที่สามารถรองรับการทำงานทั้งใน 2 มิติ และ 3 มิติ

โดย... Web Master (IT)

ทำความรู้จักกับ IIG (International Internet Gateway ) & NIX(National Internet Exchange )
การใช้งานอินเตอร์เน็ตของเราทุกคน จำเป็นต้องผ่านระบบการให้ บริการของ IIG และ NIX เพราะว่า เป็นเหมือนเส้นทางหลักของศูนย์กลางโครงข่าย ของประเทศไทย ทั้งภายในและ ภายนอกประเทศ ที่จากเดิมเราจะทราบกันอยู่แล้วว่า บริการทั้งสองประเภทนี้จะมีผู้ให้บริการ แบบผูกขาดอยู่เพียงรายเดียวเท่านั้น คือ การสื่อสารแห่งประเทศไทย เพียงเท่านั้น แต่ ณ ปัจจุบันนี้ได้มีหน่วยงานที่เข้ามา กำกับดูแลในเรื่องของโทรคมนาคมของเมืองไทยอย่างเป็น รูปธรรมมากยิ่งขึ้น จึงก่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรี และปัจจุบัน ทาง กทช. ผู้เป็นหน่วยงานหลัก ของ การกำกับดูแลได้เปิดอนุญาตให้กลุ่มบริษัทเอกชนทั่วไป สามารถขอรับใบอนุญาต การให้ บริการทั้งสองประเภทได้ เพื่อให้เกิดการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม และก่อให้ เกิดประโยชน์สูงสุด แก่ผู้บริโภคกันเลยละครับ

โดย... Web Master (IT)

ความรู้เรื่อง...การ์ดจอ
การ์ดจอ (Video Card) การ์ดแสดงผล หรือ กราฟฟิกการ์ด (Graphic card) เป็น แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำหน้าที่ในการนำข้อมูลที่ได้จากการประมวลผลของซีพียูมาแสดงบนจอภาพ ทำให้ผู้ใช้ สามารถควบคุมการทำงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจอภาพจะเป็นส่วนที่รับข้อมูลจากการ์ดแสดงผลอีกทีหนึ่ง การ์ดกราฟฟิกทีได้รับความนิยมและใช้กันแพร่หลายในอยู่ปัจจุบัน เป็นการ์ดกราฟฟิกที่มี GPU เป็นตัวประมวลผล

โดย... Web Master (IT)

Windows XP Service Pack 3 Overview
ภาพรวม Windows XP Service Pack 3 จะประกอบด้วย security updates hotfix และ patch ต่างๆ ที่ไมโครซอฟท์ปล่อยหลังออก SP2 เป็นต้นมาไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงฟังก์ชั่นและการทำงานที่สำคัญ แต่จะอัพเดตองค์ประกอบต่างๆ อย่าง Microsoft Management Console (MMC) 3.0 และ Microsoft Core XML Services 6.0 (MSXML6) เป็นเวอร์ชั่นปัจจุบัน สิ่งที่น่าสนใจประการหนึ่งคือ ไมโครซอฟท์ไม่ได้รวมเอา Windows Internet Explorer 7 เข้ามาไว้ใน SP3 แต่จะใส่มาเฉพาะส่วนที่เป็นอัพเดตและ fix เท่านั้น คล้ายกับว่าไมโครซอฟท์ตั้งใจจะไม่บีบให้ลูกค้าต้องเปลี่ยนจาก IE6 มาใช้ IE7 ใครที่ต้องการอยู่กับ IE6 (ด้วยเหตุผลใดก็ตาม) ก็จะยังสามารถใช้ IE6 ได้ สำหรับใครที่เปลี่ยนไปเป็น IE7 แล้วจะมีอัพเดตมาให้เช่นเดียวกัน

โดย... Web Master (IT)

การประยุกต์ใช้ DATA WAREHOUSEING
มีการประมาณการณ์เอาไว้ว่า ถ้าไม่มีการนำเอาระบบ Data Warehouse มาประยุกต์ใช้ในองค์กร จะมีคน เพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่จะสามารถใช้งานระบบสารสนเทศได้ตามความต้องการ และนั่นก็คือจำนวนคนที่มีระดับความรู้ ทาง IT เพียงพอที่จะสร้าง Query ขึ้นด้วยตนเองเพื่อสนองความต้องการด้านข้อมูลของตน นอกจากนั้นแล้ว ระบบ EIS (Executive Information System) และ DSS (Decision Support System) ก็มักจะทำงานได้ไม่ตรงกับที่ต้องการ เพราะข้อมูล ดิบจากฐานข้อมูลประจำวันนั้น เข้าถึงยาก หรือไม่ก็ทำความเข้าใจได้ไม่ง่ายนัก ยิ่งไปกว่านั้น การอนุญาตให้ผู้ใช้ระดับสูง สามารถเข้าถึงและค้นหาฐานข้อมูลได้โดยตรงอาจจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของงานข้อมูล รวมไปถึงความเป็นระเบียบ (Data Integrity) ของฐานข้อมูลด้วย

โดย... Web Master (IT)

นวัตกรรมรถบรรทุกขนาดใหญ่ B-double รถกึ่งพ่วงบรรทุกแบบพิเศษ
ในยุคที่ประสิทธิภาพและต้นทุนการขนส่งเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพัฒนาร่วมกันอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะเมื่อต้นทุนหลักของการขนส่งคือน้ำมันเชื้อเพลิงมีสัดส่วนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก๊าซธรรมชาติและไบโอดีเซลกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการขนส่งต้องศึกษาและพัฒนากองรถมาทดลองและใช้กันแน่นอน การพัฒนารถไฟและการขนส่งทางลำน้ำให้สามารถขนส่งสินค้าในเส้นทางหลักได้มากขึ้น มีบริการที่แน่นอนและสามารถเชื่อมต่อกับการขนส่งด้วยรถบรรทุกได้สะดวกรวดเร็ว เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายปรารถนา เพราะคาดหมายว่าจะทำให้การขนส่งได้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าการขนส่งด้วยรถบรรทุก ประเด็นเรื่องการขนส่งในปริมาณมากๆ ต่อเที่ยว มักจะยกประเด็นในเรื่องการประหยัดพลังงาน การลดปริมาณมลพิษจากน้ำมัน และการประหยัดค่าจ้างแรงงานของพนักงานขับรถ โดยทั้งหมดคิดหารเฉลี่ยจากจำนวนหน่วยสินค้าและระยะทางขนส่งต่อเที่ยวนั้นๆ หลายครั้งที่รถบรรทุกถูกวางตำแหน่งให้ทำหน้าที่ขนส่งและกระจายสินค้าในระยะทางรัศมีสั้นๆ รอบๆ สถานีหรือต้นทางปลายทางที่เป็น hub

โดย... Web Master (IT)

เรียนรู้เรื่อง CPU
CPU (Central Processing Unit) หรือ โปรเซสเซอร์ (Processor) คือ ส่วนหนึ่งของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีหน้าที่ควบคุมกา รทำงานของส่วนอื่นๆ โดยทั่วไปแล้ว ซีพียูจะประกอบไปด้วย หน่วยควบคุม (Control Unit), หน่วยประมวลผลคณิตศาสตร์และตรรกศาสตร์ (Arithmetic and Logic Unit; ALU) และหน่วยความจำ ได้แก่ รีจีสเตอร์ (Register), แคช (Cache), แรม (RAM) และรอม (ROM)

โดย... Web Master (IT)

การเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (Object Oriented Programming: OOP)
ในปัจจุบันภาษาในการเขียนโปรแกรมเพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศที่ใช้ในองค์กรธุรกิจ มีมากมายหลายภาษาให้เลือก การเรียนรู้ภาษาเขียนโปรแกรมหรือการมีความรู้ในหลาย ๆ ภาษาถือเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจำเป็นต้องเขียนโปรแกรมให้ได้ทุก ๆ ภาษา แต่สามารถเลือกบางภาษาที่เรามีความถนัดหรือเลือกที่จะเริ่มต้นกับภาษาใด ภาษาหนึ่งได้ ซึ่งการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุถือได้ว่าได้รับความนิยมในปัจจุบันรวมถึงแนวโน้มในอนาคต ซึ่ง Java ก็เป็นหนึ่งในการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ ที่มีพื้นฐานมาจากภาษา C และคิดว่าน่าจะเป็นอีกภาษาหนึ่งที่น่าศึกษาและน่าเรียนรู้ เพราะเทคโนโลยีของ Java ถือว่ากำลังร้อนแรงในแวดวงของ Software

โดย... Web Master (IT)