ข้อมูลองค์ความรู้โดย
Web Master (IT)
ตำแหน่ง อาจารย์

ความหมายของ XML/EDI

ประเภททางด้าน IT หลัก :   Communications
ประเภททางด้าน IT ย่อย :   Electronic Data Interchange (EDI)
  ลงข้อมูลเมื่อ 16:48:41 08/07/2010
  Page View (2828) แบ่งปัน

การทำธุกรรมแบบ E-Commerce ในปัจจุบันครอบคลุมไปแทบทุกด้าน ทั้งธุรกิจอุตสาหกรรม และธุรกิจบริการเช่น ประกันภัย สุขภาพ การท่องเที่ยว รวมไปถึงการซื้อขายสินค้าผ่านระบบอิเลคทรอนิคส์ ความหมายของ E-Commerce นั้นครอบคลุมไปทั้งการตลาด การแลกเปลี่ยนสัญญา การสนับสนุนระบบการจัดส่ง การจ่ายเงิน รวมไปถึงการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐเช่น สรรพากรเป็นต้น 
จากที่กล่าวมาข้างต้นจะพบว่าการนำระบบ EDI แบบธรรมดามาใช้งานนั้นอาจจะประสิทธิภาพตามที่ต้องการอีกต่อไป เพราะ E-Commerce ในปัจจุบันจะต้องรองรับการสื่อสารทุกอย่างตั้งแต่ผู้ซื้อไปจนถึงผู้ขาย 
หลายๆคนจะให้ความหมายของคำว่า EDI คือกลุ่มข้อความที่พัฒนาเพื่อการสื่อสารระหว่าง ธุรกิจ - ธุรกิจ (Business-to-Business) ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของ มาตรฐานที่กำหนดโดยองค์การสหประชาชาติเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูล ( United Nation Standard Messages Directory for Electronic Data Interchage for Administration, Commerce and Transport (EDIFACT)) ซึ่งข้อความตามมาตรฐาน EDIFACT นั้นจะถูกบีบอัด และมีการระบุลักษณะของข้อมูลอย่างชัดเจน ดังนั้นในที่นี้เราจะใช้หลักการของ EDIFACT ในบทความนี้ 
หน่วยพื้นฐานที่สุดของข้อความ EDI คือ Data Element ตัวอย่างเช่น ใบเรียกเก็บเงิน EDI แต่ละรายการจะเป็น Data Element เฉพาะเจาะจงลงไป ซึ่งเราสามารถรวมกลุ่ม Data Element หลายๆ อันเป็น กลุ่มของ Data Element (Compound data elements) ซึ่งเราก็ยังสามารถรวม กลุ่มของ Data Element กับกลุ่ม อื่นๆ หรือ Data Element อื่นๆ ให้ใหญ่ขึ้นเป็น Data Segment หลายๆ Segment เป็น Loop หลายๆ Loop เป็น แบบฟอร์มเอกสารทางธุรกิจ (Form business document) 
Data Element -> Compound Element -> Segment -> Loop -> form 
มาตรฐาน EDIFACT จะเป็นตัวกำหนดว่า Data segment นั้นๆ เป็นสิ่งจำเป็น เป็นตัวเลือกเพิ่มเติม (option) หรือ เป็นเงื่อนไข (Condition) จะปรากฏกี่ครั้ง เรียงลำดับอย่างไร เป็นต้น สำหรับแต่ละข้อความ EDI นั้นจะมี ตารางกำหนดฟิลด์ (Field definition table) ถ้าเป็น Data Segment ก็จะมีฟิลด์หลัก เพื่อระบุว่ามีกี่ Data segment เรียงลำดับอย่างไร จำเป็นต้องมีหรือไม่ นอกจากนี้แล้วก็ยังระบุว่าแต่ละ Element จะประกอบด้วยอักษรกี่ตัว เป็นตัวเลขหรือตัวอักษร ในทำนองเดียวกัน ตารางนี้ก็จะระบุด้วยว่า Data Element เองนั้นจะมีลักษณะอย่างไร ซึ่งเราเรียกว่า 
Element identifier strings ซึ่งจะระบุว่า Element ชื่ออะไร และข้อมูลอื่นๆ เช่น Data dictionary เป็นต้น 
ในสมัยก่อนโปรแกรมแปลงข้อมูล EDI นั้นได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับระบบหลายๆ ระบบด้วยกัน โดยทั่วไปผู้ส่งและผู้รับจะต้องตกลงกันล่วงหน้าว่าจะแปลข้อมูลให้เข้ากับระบบ ของตนอย่างไร แต่ละครั้งที่มีคนส่งหรือคนรับใหม่ๆ เพิ่มเติมเข้ามาในระบบ ก็จะต้องเขียนโปรแกรมไว้แปลงข้อมูลขึ้นมาใหม่ ซึ่งแน่นอนย่อมเสียเวลาและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย อีกทั้งทำให้การประสานงานระหว่างองค์กรต่างๆ นั้นทำได้ลำบากเช่นการสร้างกฏเกณฑ์มาตรฐานเพื่อการใช้งานเป็นต้น เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้จึงควรจะพัฒนาเครื่องมืออัตโนมัติ ที่ใช้งานง่าย ทำให้การแปลงข้อมูลต่างๆ ทำได้รวดเร็ว 
 
Electronic Enterprise 
หลักการคือเลิกใช้ EDI แบบกระดาษ โดยมีหัวใจของหลักการคือการมี กฏเกณฑ์มาตรฐาน (Business Rule) และมีระบบรองรับสถานะของการควบคุมการไหลเวียนของข้อมูล การรองรับข้อมูลที่ยังไม่สมบูรณ์ (Partial information) ซึ่งจะทำให้แต่ละส่วนขององค์กร สามารถเลือกที่จะสนับสนุนข้อมูลบางส่วนที่จำเป็นได้ 
มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับ XML/EDI 
XML คือ มาตรฐานย่อยของ SGML โดยมีมาตรฐาน XSL มาประกอบเป็น XML/EDI ประกอบกับในช่วงเวลาเดียวกัน มาตรฐาน Document Object Model (DOM) ก็ได้รับการนำเสนอ สำหรับการทำ API 
การนำมาตรฐาน XML และ EDI มาพัฒนาเป็น XML/EDI หมายถึงการนำเสนอข้อมูล EDI ในลักษณะของ XML มาตรฐาน XML/EDI ไม่ใช่มาตรฐานใหม่ แต่เป็นการกำหนดว่าองค์กรธุรกิจจะนำมาตรฐานที่มีอยู่ในปัจจุบันมาใช้งานได้อย่างไร 
 
http://www.thaixml.com/articles/xmledi01.htm
 
 
 
ขอบเขตของ XML/EDI

หัวข้อนี้จะนำเสนอในลักษณะของความแตกต่างระหว่างการนำเอา EDI แบบเดิมกับแนวใหม่ไปใช้ ในการติดต่อสื่อสารระหว่างธุรกิจ กับ ธุรกิจ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง 
B-2-B EDI 
EDI นั้นได้ถูกนำไปใช้ในการสื่อสารระหว่าง ธุรกิจ กับ ธุรกิจมาแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ปี โดยในยุคแรกๆ เป็นความพยายามในการนำไปใช้ในการสื่อสารระหว่างหน่วยงานภายในองค์กรเดียวกัน โดยในอดีตข้อมูลจะอยู่ในรูปของเทป และต่อมาก็เป็นการส่งข้อมูลผ่านระบบเน็ตเวอร์ค สำหรับการหลีกเลี่ยงปัญหาในการส่งข้อมูลระหว่างบริษัทต่างๆ ที่จะได้ไม่ต้องใช้ Protocol ที่แตกต่างกัน กลุ่มธุรกิจต่างๆ จึงหันมาทำความตกลงกันเช่น รูปแบบของข้อมูลที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนกัน แต่ละบริษัทเพียงแค่พัฒนาวิธีการในการแปลงข้อมูลให้เข้าระบบของตัวเองเท่านั้น โดยไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับการออกแบบหรือด้านอื่นๆอีก 
ข้อเสียหลักๆ มีอยู่ 2 ประเด็นด้วยกันคือด้วยมาตรฐานที่อาจจะทำได้ไม่ครบตามที่แต่ละบริษัทต้องการ อีกประเด็นก็คือเพราะมาตรฐานถูกวางไว้ล่วงหน้า ทุกบริษัทต้องพยายามทำให้เป็นมาตรฐานแต่อาจจะไม่มีเครื่องมือที่จะทำได้ สิ่งเหล่านี้หมายถึงบริษัทต้องทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการวิเคราะห์โครงสร้างข้อมูลของตัวเองเพื่อให้เข้ากับมาตรฐาน ทำให้การนำ EDI มาใช้นั้นสินเปลืองและเสียเวลา 
เมื่อเข้าสู่ยุค Internet ทำให้การสื่อสารระหว่างองค์กรทำได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้ง Model ใหม่ทั้งทางด้านธุรกิจและการสื่อสาร ทำให้ EDI ไม่ได้จำกัดแค่เพียง B-to-B เท่านั้นแต่ยังขยายไปถึง Consumer-to-Supplier โดย Consermer นั้นอาจจะเป็น ลูกค้าทั่วไป ผู้ผลิตรายย่อย องค์กร หรือ รัฐบาล 
 
Electronic Business Transaction 
การเข้ามาของ internet ทำให้การสื่อสารที่เมื่อก่อนนั้นทำได้ยากนั้นเป็นเรื่องง่าย นับเป็นการเปิดตลาดระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายที่กว้างขวางมากขึ้น ในทำนองเดียวกันในอดีตการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางด้านการค้านั้น มักจะเป็นการส่งข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งเท่านั้น โดยไม่มีคนเข้ามาเกี่ยวข้อง ในปัจจุบันการซื้อขายผ่าน Web ทำให้การซื้อขายนั้นต้องการส่วนร่วมจากคนมากขึ้น โดยเป็นไปในรูปแบบที่มีคนเป็นผู้เลือกตัวแปรที่เหมาะสมจากแบบฟอร์มที่กำหนด
รูปแบบข้อมูลในลักษณะนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการนำข้อมูลด้านการค้าไปประมวลผล กระบวนการเก่าๆ ในลักษณะ สร้าง-> ส่ง -> รับ -> ประมวลผล โดยโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่งเป็นช่วงๆ นั้นกลายเป็น ลักษณะของ Active Object ซึ่งมีการถ่ายทอดกระบวนการมาด้วยขึ้นอยู่กับลักษณะของข้อมูลที่เก็บ เช่น Invoice ในปัจจุบันไม่ใช่ข้อมูลที่ดึงมาจากฐานข้อมูลแล้วออกมาบนกระดาษเท่านั้น แต่ Invoice จะประกอบด้วย pointer ที่ระบุว่าข้อมูลนั้นอยู่ที่ไหน ทุกครั้งที่มีการประมวล Invoice ข้อมูลก็จะถูกดึงมาใหม่ทุกครั้งเป็นต้น ระบบที่ว่านี้ทำให้เราต้องหันมามองว่าปรัชญาพื้นฐานของ E-Commerce นั้นคืออะไรในยุคของตลาดไร้พรมแดนเช่นปัจจุบัน 
การที่จะทำให้ระบบทำงานแบบ Interactive กับ User ได้นั้นท่านจะต้องสามารถ 

 

  • เข้าใจถึงคอนเซ็บของธุรกิจที่บรรจุอยู่ภายในข้อมูลที่แลกเปลี่ยนกัน
  • นำกฏเกณฑ์ทางธุรกิจมาใช้กับข้อมูลเพื่อแยกแยะว่าเป็นข้อมูลประเภทใด และสมควรจะตอบสนองอย่างไรให้เหมาะสม

ซึ่งการที่จะทำ สองข้อข้างบนนี้ได้ท่านจะต้องสามารถที่จะ 

  • แยกแยะบทบาทและความหมายแต่ละชิ้นส่วนของข้อมูล
  • แยกแยะถึงจุดกำเนิดของข้อมูลชิ้นนั้นๆ
  • แยกแยะว่าในข้อมูลแต่ละชุดจะประกอบด้วยอะไรบ้าง และจะจัดลำดับอย่างไร
  • แยกแยะว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในการสร้าง รับ ส่งและประมวลผลข้อมูลแต่ละชิ้น และจะต้องใช้โปรแกรมอะไรบ้าง
  • แยกแยะว่าเมื่อไหร่ที่ควรจะย้ายข้อมูลจากสถานะหนึ่งไปยังอีกสถานะหนึ่ง
  • แยกแยะว่ากฏเกณฑ์ใดที่ควรจะนำมาใช้ในการตรวจสอบว่า เกิดการลื่นไหลของข้อมูลจากรูปแบบหนึ่งไปยังอีกรูปแบบหนึ่ง

เนื่องจากกระบวนการเหล่านี้มีความซับซ้อนและอาจจะต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รูปแบบของกฏเกณฑ์ (Rule Template) จึงอาจจะสามารถนำเอา Agent ของ XML/EDI คือ DataBots มาใช้ได้ เพื่อที่ว่าผู้ใช้สามารถนำเสนอความต้องการในภาษาชั้นสูงที่เข้าใจง่าย DataBots จะทำหน้าที่แปลงให้เป็นกฏเกณฑ์และ XML เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งเราสามารถระบุว่า XML/EDI นั้นได้นำ DataBots มาใช้โดยการเติมอักษร R เป็น XML/EDI - R 
 
http://www.thaixml.com/articles/xmledi02.htm
 
 
 
เทคโนโลยีพื้นฐานของ XML / EDI

XML / EDI ประกอบด้วยหลักการหลายๆ อย่างด้วยกันคือ 

  • ใช้ XML ในระดับขั้นของการแลกเปลี่ยนข้อมูล
  • ใช้ XSL ในการนำเสนอข้อมูล
  • สามารถนำไปใช้ร่วมกับเทคนิคทางด้าน EDI แบบดั้งเดิม
  • สามารถนำไปใช้กับเทคโนโลยีการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ตแบบมาตรฐานเช่น HTTP FTP SMTP และ IP Routing
  • ให้มุมมองที่มีศูนย์รวมอยู่ที่ตัวเอกสารเอง (Document centric views)
  • ใช้เทคนิคการพัฒนาโปรแกรมยุคใหม่ เช่น Java , ActiveX เพื่อให้แต่ละโปรแกรมใช้ข้อมูลร่วมกันได้
  • ใช้ Agent technology เพื่อการจัดการข้อมูล การแปล การแปลง การค้นหาข้อมูล

เราสามารถมองได้ว่า XML คือผลรวมของเทคโนโลยีปัจจุบัน 5 อย่างด้วยกันคือ 
1. การแลกเปลี่ยนข้อมูลบนหลักการของ XML ที่กำหนดขึ้นใหม่ 
2. กระบวนการและโครงสร้างของธุรกิจบนมาตรฐาน EDI ในปัจจุบัน
3. กรอบความรู้ในการลอจิกของการควบคุมกระบวนการ (process control)
4. Data Bots ที่ทำหน้าที่พิเศษเฉพาะอย่าง
5. โครงสร้างที่ทำให้ความสัมพันธ์ของข้อมูลต่างๆ นั้นคงอยู่ได้ 
ทำไมถึงต้องเป็น XML 
XML จะกลายเป็นภาษาพื้นฐานสำหรับ Web browser ในอนาคต XML/EDI ก็จะเป็นตัวหนึ่งที่พร้อมจะเจริญรอยตาม เนื่องจาก EDI แบบเก่าๆ นั้นสร้างมาจากด้านล่างสู่ด้านบน ทำให้ไม่สามารถใช้ทรัพยากรร่วมกับโปรแกรมอื่นๆ ได้ ซึ่งนับว่าไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้งานในสถาการณ์ปัจจุบันอีกต่อไป การปรับเปลี่ยมาใช้ XML/EDI ทำให้วงการ EDI สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันจากต้นทุนในการพัฒนาและความก้าวหน้าในอนาคตได้ 
ในปี 1986 องค์กร ISO ได้ตีพิมพ์มาตรฐาน SGML ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถ

  • แยกแยะหน้าที่และความหมายของแต่ละชิ้นของข้อมูลที่กำลังใช้ในการสื่อสารกันได้
  • แยกแยะได้ว่าข้อมูลชิ้นไหนสมควรมีอยู่หรือไม่ และลำดับกันอย่างไร
  • แยกแยะได้ว่าควรใช้โปรแกรมอะไรในการควบคุมกระบวนการเหล่านี้

SGML ถือเป็นพื้นฐานของโครงการด้านฐานข้อมูลขนาดใหญ่มาแล้วหลายๆ โครงการด้วยกัน และยังเป็นพื้นฐานของ HTML ซึ่งนำมาสู่ WWW เพื่อการเข้าสู่แหล่งข้อมูลขนาดใหญ่บน internet กุญแจสำคุญที่ทำให้ HTML ประสบความสำเร็จก็คือการพัฒนาของ URL ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถแยกแยะแต่ละชิ้นส่วนของข้อมูลข่าวสารที่เป็นเอกภาพมากขึ้น ทำให้การสื่อสารระหว่าง เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องนั้นได้พัฒนาไปมาก 
ในปี 1996 ทาง W3C ได้ตั้งกลุ่มศึกษาขึ้นเพื่อที่จะทำให้การใช้งาน SGML นั้นง่ายขึ้นสรำหรับการส่งผ่านข้อมูลบน internet ผลคือการพัฒนาของ XML ซึ่งเป็นการรวมจุดเด่นของ SGML กับ HTML เข้าด้วยกัน 
XML ทำให้การทำธุรกิจบนระบบ Electronics ทำได้ง่ายเพราะ

  • XML ทำให้ผู้ออกแบบสามารถกำหนดหน้าที่และความหมายของแต่ละชิ้นส่วนข้อมูลได้ง่าย ซึ่งสามารถเข้าใจได้ง่ายทั้งคนและเครื่อง
  • XML ทำให้ผู้ออกแบบสามารถแยกแยะได้ถึงต้นตอของข้อมูลแต่ละส่วนจาก URL
  • XML ทำให้ผู้ออกแบบสามารถกำหนดว่าข้อมูลชิ้นใหนอยู่ในกลุ่มไหน และจะลำดับข้อมูลได้อย่างไร
  • XML สามารถบรรจุข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อระบุว่าใครเป็นผู้สร้าง ส่ง รับ และ ประมวลผลแต่ละข้อมูล และสามารถระบุตำแหน่งของโปรแกรมที่จะใช้ประมวลได้
  • XML สามารถใช้ประโยชน์จาก HTTP รุ่นใหม่ๆ ได้

การรวม XML เข้ากับ EDI 
XML สามารถนำมารวมเข้ากับระบบ EDI ที่มีอยู่แล้วโดย

  • สร้างแบบฟอร์มที่ผู้ใช้สามารถเติมช่องว่างแล้วสร้างข้อความ EDI
  • สร้างข้อความในรูป EDI ที่สามารถนำมาส่งผ่านระบบ internet หรือระบบ Network
  • ทำให้ข้อมูลที่ได้รับในรูป EDI สามารถนำมาประมวลผลตามกฏเกณฑ์ที่วางไว้ และนำมาแสดงผลใน browser ที่ใช้อยู่แล้ว

XML สามารถนำมาเพิ่มเติมระบบ EDI ที่มีอยู่แล้วโดย

  • ให้ผู้สร้างข้อความสามารถเพิ่มข้อมูลเฉพาะอย่างได้
  • ให้ผู้สร้างข้อความนำข้อมูลมาแสดงได้ตามที่ผู้ใช้งานต้องการ
  • ให้ผู้พัฒนาระบบสามารถออกแบบการให้ข้อมูลความช่วยเหลือแก่ผู้ใช้ได้ ตามความความเกี่ยวข้องกับแต่ละชิ้นส่วนของข้อมูลนั้นๆ
  • รวมการตรวจสอบข้อมูลได้ที่ฝั่งผู้ใช้ได้เลย

http://www.thaixml.com/articles/xmledi03.htm
 
 
 
ส่วนประกอบของ XML / EDI

ส่วนประกอบของ XML / EDI นั้นจะสร้างอยู่บนมาตรฐานการส่งและประมวลผลข้อมูล XML ที่มีอยู่ในปัจจุบัน มาตรฐานเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดคุณสมบัติที่สามารถใช้งานร่วมกันได้ดังต่อไปนี้ 

  • มาตรฐานการเก็บบันทึก การกำหนดชื่อ และการส่งข้อมูลผ่านระบบ internet
  • รูปแบบการส่งข้อมูล (File transfer format)
  • รูปประโยคของ XML
  • วิธีการในการตรวจสอบความถูกต้องของไฟล์ XML โดย XML parser หรือ DOM
  • วิธีในการที่ XSL นำเสนอข้อมูล และ script ที่ใช้ในการตรวจสอบ
  • การใช้กฏเกณฑ์และ การจัดการข้อมูลด้วย robot

ตัวแปล XML (XML parser) browser รวมถึงโปรแกรมที่เกี่ยวข้องอื่นๆ นั้นมีพร้อมในปัจจุบัน XML/EDI จึงไม่ใช่มาตรฐานใหม่ แต่เป็นเพียงกรอบในการใช้มาตรฐานที่มีอยู่แล้วในปัจจุบันเพื่อแก้ปัญหาเดิมๆ ด้วยวิธีใหม่ๆ เท่านั้นเอง 
ประเภทของ Application 
ตัวอย่างต่อไปนี้จะเป็นเครื่องมือที่สามารถสร้างขึ้นได้บน XML/EDI แม้จะไม่สมบูรณ์แต่ก็คาดว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นได้ดีในการนำมา ศึกษาต่อไป 

  • รวบรวมความหมายหรือพจนานุกรม (เก็บ EDIFACT, X12 หรือ BSI Dictionary DTD หรือ common object อื่นๆ
  • Agent สำหรับการประมวลผลข้อมูล - กระบวนการที่สามารถกระตุ้นด้วย กฏเกณฑ์ต่างๆ
  • XML/EDI businesss object (ตัวประมวล object โดย XSL script)
  • Editor สำหรับสำหรับสร้างและเติมแบบฟอร์มของ ข้อมูล EDI
  • Agent ที่ทำหน้าที่ค้นหา ซึ่งสามารถรับรู้ XML/EDI tag และสามารถร้องขอข้อมูลจากแหล่งต่างๆได้ (เช่น ผ่าน Web)
  • หน้าสมาชิกคู่ค้า (คล้ายๆ หน้าเหลืองในสมุดโทรศัพท์)

http://www.thaixml.com/articles/xmledi04.htm
 
 
กระบวนการจัดวางระบบ

การใช้ XML เพื่อทำ EDI 
ขั้นตอนในการนำ XML มาใช้ในการสื่อสารข้อมูล EDI มีดังต่อไปนี้ 

  • การวิเคราะห์หาชุดข้อมูลที่เหมาะสมที่จะใช้ในการสื่อสาร
  • พัฒนา Document Type Definition ที่สามารถกำหนดความสัมพันธ์ของ ฟิลด์ข้อมูลต่างๆ ที่จะเป็น ข้อมูล EDI
  • ข้อกำหนดเพิ่มเติมที่เฉพาะเจาะจงสำหรับ แต่ละ application
  • การสร้างชุดข้อมูล
  • การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
  • การส่งและรับข้อมูล
  • การประมวลผลข้อมูลด้วย Data Bots

http://www.thaixml.com/articles/xmledi05.htm



องค์ความรู้ที่มีผู้อ่านมากสุด
รายละเอียดของระบบ e-Purchasing Online ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
รายละเอียดของระบบ e-Purchasing Online ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

โดย... Web Master (IT)

เรียนรู้เรื่อง เมนบอร์ด (Mainboard, mother board)
แผงวงจรหลัก เป็นหัวใจสำคัญที่สุดที่อยู่ภายในเครื่อง เมื่อเปิดฝาเครื่องออกมาจะเป็นแผงวงจรขนาดใหญ่วางนอนอยู่ นั่นคือส่วนที่เรียกว่า "เมนบอร์ด"

โดย... Web Master (IT)

AutoCAD คืออะไร
AutoCAD (Computer Aided Drefting/Dedign, CAD) เป็นซอฟต์แวร์ช่วยออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ ที่สามารถรองรับการทำงานทั้งใน 2 มิติ และ 3 มิติ

โดย... Web Master (IT)

ทำความรู้จักกับ IIG (International Internet Gateway ) & NIX(National Internet Exchange )
การใช้งานอินเตอร์เน็ตของเราทุกคน จำเป็นต้องผ่านระบบการให้ บริการของ IIG และ NIX เพราะว่า เป็นเหมือนเส้นทางหลักของศูนย์กลางโครงข่าย ของประเทศไทย ทั้งภายในและ ภายนอกประเทศ ที่จากเดิมเราจะทราบกันอยู่แล้วว่า บริการทั้งสองประเภทนี้จะมีผู้ให้บริการ แบบผูกขาดอยู่เพียงรายเดียวเท่านั้น คือ การสื่อสารแห่งประเทศไทย เพียงเท่านั้น แต่ ณ ปัจจุบันนี้ได้มีหน่วยงานที่เข้ามา กำกับดูแลในเรื่องของโทรคมนาคมของเมืองไทยอย่างเป็น รูปธรรมมากยิ่งขึ้น จึงก่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรี และปัจจุบัน ทาง กทช. ผู้เป็นหน่วยงานหลัก ของ การกำกับดูแลได้เปิดอนุญาตให้กลุ่มบริษัทเอกชนทั่วไป สามารถขอรับใบอนุญาต การให้ บริการทั้งสองประเภทได้ เพื่อให้เกิดการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม และก่อให้ เกิดประโยชน์สูงสุด แก่ผู้บริโภคกันเลยละครับ

โดย... Web Master (IT)

ความรู้เรื่อง...การ์ดจอ
การ์ดจอ (Video Card) การ์ดแสดงผล หรือ กราฟฟิกการ์ด (Graphic card) เป็น แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำหน้าที่ในการนำข้อมูลที่ได้จากการประมวลผลของซีพียูมาแสดงบนจอภาพ ทำให้ผู้ใช้ สามารถควบคุมการทำงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจอภาพจะเป็นส่วนที่รับข้อมูลจากการ์ดแสดงผลอีกทีหนึ่ง การ์ดกราฟฟิกทีได้รับความนิยมและใช้กันแพร่หลายในอยู่ปัจจุบัน เป็นการ์ดกราฟฟิกที่มี GPU เป็นตัวประมวลผล

โดย... Web Master (IT)

Windows XP Service Pack 3 Overview
ภาพรวม Windows XP Service Pack 3 จะประกอบด้วย security updates hotfix และ patch ต่างๆ ที่ไมโครซอฟท์ปล่อยหลังออก SP2 เป็นต้นมาไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงฟังก์ชั่นและการทำงานที่สำคัญ แต่จะอัพเดตองค์ประกอบต่างๆ อย่าง Microsoft Management Console (MMC) 3.0 และ Microsoft Core XML Services 6.0 (MSXML6) เป็นเวอร์ชั่นปัจจุบัน สิ่งที่น่าสนใจประการหนึ่งคือ ไมโครซอฟท์ไม่ได้รวมเอา Windows Internet Explorer 7 เข้ามาไว้ใน SP3 แต่จะใส่มาเฉพาะส่วนที่เป็นอัพเดตและ fix เท่านั้น คล้ายกับว่าไมโครซอฟท์ตั้งใจจะไม่บีบให้ลูกค้าต้องเปลี่ยนจาก IE6 มาใช้ IE7 ใครที่ต้องการอยู่กับ IE6 (ด้วยเหตุผลใดก็ตาม) ก็จะยังสามารถใช้ IE6 ได้ สำหรับใครที่เปลี่ยนไปเป็น IE7 แล้วจะมีอัพเดตมาให้เช่นเดียวกัน

โดย... Web Master (IT)

การประยุกต์ใช้ DATA WAREHOUSEING
มีการประมาณการณ์เอาไว้ว่า ถ้าไม่มีการนำเอาระบบ Data Warehouse มาประยุกต์ใช้ในองค์กร จะมีคน เพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่จะสามารถใช้งานระบบสารสนเทศได้ตามความต้องการ และนั่นก็คือจำนวนคนที่มีระดับความรู้ ทาง IT เพียงพอที่จะสร้าง Query ขึ้นด้วยตนเองเพื่อสนองความต้องการด้านข้อมูลของตน นอกจากนั้นแล้ว ระบบ EIS (Executive Information System) และ DSS (Decision Support System) ก็มักจะทำงานได้ไม่ตรงกับที่ต้องการ เพราะข้อมูล ดิบจากฐานข้อมูลประจำวันนั้น เข้าถึงยาก หรือไม่ก็ทำความเข้าใจได้ไม่ง่ายนัก ยิ่งไปกว่านั้น การอนุญาตให้ผู้ใช้ระดับสูง สามารถเข้าถึงและค้นหาฐานข้อมูลได้โดยตรงอาจจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของงานข้อมูล รวมไปถึงความเป็นระเบียบ (Data Integrity) ของฐานข้อมูลด้วย

โดย... Web Master (IT)

นวัตกรรมรถบรรทุกขนาดใหญ่ B-double รถกึ่งพ่วงบรรทุกแบบพิเศษ
ในยุคที่ประสิทธิภาพและต้นทุนการขนส่งเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพัฒนาร่วมกันอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะเมื่อต้นทุนหลักของการขนส่งคือน้ำมันเชื้อเพลิงมีสัดส่วนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก๊าซธรรมชาติและไบโอดีเซลกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการขนส่งต้องศึกษาและพัฒนากองรถมาทดลองและใช้กันแน่นอน การพัฒนารถไฟและการขนส่งทางลำน้ำให้สามารถขนส่งสินค้าในเส้นทางหลักได้มากขึ้น มีบริการที่แน่นอนและสามารถเชื่อมต่อกับการขนส่งด้วยรถบรรทุกได้สะดวกรวดเร็ว เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายปรารถนา เพราะคาดหมายว่าจะทำให้การขนส่งได้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าการขนส่งด้วยรถบรรทุก ประเด็นเรื่องการขนส่งในปริมาณมากๆ ต่อเที่ยว มักจะยกประเด็นในเรื่องการประหยัดพลังงาน การลดปริมาณมลพิษจากน้ำมัน และการประหยัดค่าจ้างแรงงานของพนักงานขับรถ โดยทั้งหมดคิดหารเฉลี่ยจากจำนวนหน่วยสินค้าและระยะทางขนส่งต่อเที่ยวนั้นๆ หลายครั้งที่รถบรรทุกถูกวางตำแหน่งให้ทำหน้าที่ขนส่งและกระจายสินค้าในระยะทางรัศมีสั้นๆ รอบๆ สถานีหรือต้นทางปลายทางที่เป็น hub

โดย... Web Master (IT)

เรียนรู้เรื่อง CPU
CPU (Central Processing Unit) หรือ โปรเซสเซอร์ (Processor) คือ ส่วนหนึ่งของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีหน้าที่ควบคุมกา รทำงานของส่วนอื่นๆ โดยทั่วไปแล้ว ซีพียูจะประกอบไปด้วย หน่วยควบคุม (Control Unit), หน่วยประมวลผลคณิตศาสตร์และตรรกศาสตร์ (Arithmetic and Logic Unit; ALU) และหน่วยความจำ ได้แก่ รีจีสเตอร์ (Register), แคช (Cache), แรม (RAM) และรอม (ROM)

โดย... Web Master (IT)

การเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (Object Oriented Programming: OOP)
ในปัจจุบันภาษาในการเขียนโปรแกรมเพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศที่ใช้ในองค์กรธุรกิจ มีมากมายหลายภาษาให้เลือก การเรียนรู้ภาษาเขียนโปรแกรมหรือการมีความรู้ในหลาย ๆ ภาษาถือเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจำเป็นต้องเขียนโปรแกรมให้ได้ทุก ๆ ภาษา แต่สามารถเลือกบางภาษาที่เรามีความถนัดหรือเลือกที่จะเริ่มต้นกับภาษาใด ภาษาหนึ่งได้ ซึ่งการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุถือได้ว่าได้รับความนิยมในปัจจุบันรวมถึงแนวโน้มในอนาคต ซึ่ง Java ก็เป็นหนึ่งในการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ ที่มีพื้นฐานมาจากภาษา C และคิดว่าน่าจะเป็นอีกภาษาหนึ่งที่น่าศึกษาและน่าเรียนรู้ เพราะเทคโนโลยีของ Java ถือว่ากำลังร้อนแรงในแวดวงของ Software

โดย... Web Master (IT)