ข้อมูลองค์ความรู้โดย
Web Master (IT)
ตำแหน่ง อาจารย์

เฟรมรีเลย์ ( Frame Relay )

ประเภททางด้าน IT หลัก :   Communications
ประเภททางด้าน IT ย่อย :   Frame Relay
  ลงข้อมูลเมื่อ 16:58:02 08/07/2010
  Page View (3233) แบ่งปัน

เฟรมรีเลย์ ( Frame Relay )

เฟรมรีเลย์ คือ...เป็นการรับส่งข้อมูลเป็นเฟรม (แพ็กเก็ต) เพื่อรองรับการประยุกต์ใช้งานที่ต้องการลดการหน่วงเวลาในอุปกรณ์สวิตชิ่งลง

เฟรมรีเลย์ ( Frame Relay ) เป็นบริการทางเครือข่ายชนิดหนึ่ง สำหรับเชื่อมต่อ LAN หรือเครือข่ายมากกว่า 2 เครือข่ายขึ้นไป ที่อยู่ห่างกัน โดยพัฒนามาจากเทคโนโลยี X.25 เป็นเครือข่ายระบบดิจิทัลที่มีอัตราความผิดพลาดของข้อมูลต่ำ มีระบบตรวจเช็คความถูกต้องของข้อมูลที่ปลายทาง ส่งข้อมูลได้เร็ว ประหยัดเวลา ลักษณะการส่งข้อมูลดีกว่า Leased Line เนื่องจากเป็นแบบ packet switching คือไม่มีการจองวงจรสื่อสารไว้ส่วนตัว ข้อมูลแต่ละคนจะถูกแบ่งเป็นชิ้นเล็กๆ เรียกว่า packet และส่งเข้าไปในเครือข่าย เพื่อส่งต่อไปยังปลายทาง ทำให้เครือข่ายเป็นเครือข่ายรวม ใช้เครือข่ายได้อย่างคุ้มค่า

คุณสมบัติทั่วไปของ Frame Relay

Frame Relay มีอัตราการรับส่งข้อมูลสูง มี Delay ในการถ่ายข้อมูลที่จุดเชื่อมต่อของเครือข่ายต่ำ ทั้งนี้ Frame Relay จะไม่แก้ไขความผิดพลาด แต่จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้ใช้ปลายทางเป็นผู้ตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาดเอง จะเห็นได้ว่าคุณสมบัติของ Frame Relay ที่กล่าวมานั้นสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับเครือข่าย LAN (Local Area Network) ได้

Frame Relay ได้รับการออกแบบเพื่อใช้กับเครือข่าย WAN (Wide Area Network) จึงใช้งานได้ดีในการขยายวง LAN ให้เป็นหลายเครือข่ายกระจายวงกว้างขึ้นไป โดยปกติการเชื่อมต่อเครือข่าย LAN เข้าด้วยกันผ่านเครือข่าย WAN สามารถทำได้หลายวิธี อาทิเช่น วิธี Bridging และ Division Multiplexing ทั้งสองแบบที่กล่าวมาจะมีปัญหาในสภาพแวดล้อมเครือข่าย LAN แตกต่างกัน

                                    การเชื่อมต่อ LAN-TO-LAN หลายวง โดยใช้เฟรมรีเลย์ผ่านเครือข่ายกลางให้บริการ

Frame Relay สามารถใช้งานได้กับเครือข่ายทั่วไป ไม่เฉพาะแต่เครือข่าย LAN เท่านั้น แต่ต้องมีอุปกรณ์นำเอา Data Stream มาจัดอยู่ในรูป Frame Relay และส่งต่อไปยังอุปกรณ์ปลายทางผ่าน Frame Relay Network อุปกรณ์นี้รู้จักในชื่อ Frame Relay Assembler/Disassemblers หรือ FRADs ซึ่งกลายเป็นอุปกรณ์ที่ใช้กันทั่วไป และเป็นที่ยอมรับของเครือข่าย Frame Relay

ทำไมเราจึงใช้ Frame Relay สำหรับการรับส่งข้อมูลของเครือข่ายอื่น เราลองมาทำความรู้จักกับ โปรโตคอลX.25 Packet Switch ซึ่งเป็นโปรโตคอลที่ใช้งานมานานถึง 15 ปีแล้ว ในปัจจุบันผู้ใช้จะใช้วิธีการมาตรฐานของ De Facto ในการแปลงข้อมูลที่รับเข้ามาให้อยู่ในรูป Packet ของ X.25 และส่งเข้าสู่เครือข่าย

ปัจจัยที่จะทำให้เกิดการใช้ Frame Relay แทนที่จะใช้โปรโตคอล X.25 นั้น คงต้องย้อนกลับมาดูในเรื่องของราคาต้นทุน ผู้จัดการเครือข่ายจะพยายามลดค่าใช้จ่ายในการให้บริการแก่ผู้ใช้เสมอ โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายในเครือข่าย WAN จะขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของเครือข่าย เช่น การเช่าสายสัญญาณแบบส่วนตัว (Leased Line) หรือข่ายบริการสื่อสารข้อมูลที่ใช้บริการสาธารณะ (Public Data Network Access Point) ซึ่งมักนำเอา Frame Relay มาใช้เป็นทางเลือกแก่ผู้ใช้ในการเช่าสายสัญญาณ ซึ่งจะเสียค่าบริการน้อย ผู้ใช้สามารถส่งข้อมูลด้วยวงจรของ Frame Ralay ได้ด้วยความเร็ว 64 Kbps และยังสามารถขยาย Bandwidth ได้ในขณะที่มีการจราจรของข้อมูลมาก เห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายจะต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการเช่าสายสัญญาณแบบส่วนตัว (Leased Line) นี่เป็นเหตุที่ทำให้ผู้จัดการเครือข่ายมักจะเลือกใช้เครือข่าย Public Frame Relay ในการส่งข้อมูลมากกว่าจะเช่าสายสัญญาณ แต่ถ้าจะใช้เน็ตเวิร์กแบบนี้จะต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ให้สามารถใช้กับ Frame Relay ได้หรือไม่ก็ต้องเพิ่มเติมอุปกรณ์ตัวแปลงสัญญาณ นั่นคือ FRAD หรือจะใช้อุปกรณ์ Router ซึ่งปัจจุบันสนับสนุนการใช้โปรโตคอล Frame Relay สำหรับการใช้ Frame Relay ส่งข้อมูลกับเครือข่ายอื่นที่ไม่ใช่เครือข่าย LAN ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาทางด้านเทคนิคของการใช้งานในเครือข่าย WAN ได้อยู่ดี ดังเหตุผลต่อไปนี้

- Frame Ralay ไม่มีหน้าที่ตรวจสอบความผิดพลาดของเฟรมข้อมูลที่ส่งผ่านเครือข่าย จึงกลายเป็นหน้าที่ของอุปกรณ์ปลายทางที่ต้องมีคุณสมบัติที่จะแก้ปัญหานี้ ในขณะที่ X.25 Packet Swiching จะป้องกันข้อผิดพลาดนี้ได้

- การรวมเอาเครือข่าย LAN และการจัดการจราจรข้อมูลแบบเดิมมาใช้รวมกับ Backbone ของเครือข่าย Frame Relay จะต้องออกแบบอย่างระมัดระวัง ผู้ดูแลจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ใช้งานทุกคนจะได้รับประสิทธิภาพของเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากเครือข่าย LAN ที่ทำงานแบบเดิมจะมีความเร็วไม่มากนัก ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดความแออัด ทำให้การสื่อสารข้อมูลในเน็ตเวิร์กล่าช้า

แม้ว่า Frame Relay จะมีขีดความสามาถในระดับหนึ่ง แต่ก็มีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า จึงเป็นสิ่งที่มองข้ามไปไม่ได้ ถ้าเครือข่าย Frame Relay จะเป็นที่นิยมมากขึ้น ย่อมหมายถึงตลาดของอุปกรณ์ Router หรือ FRADs ย่อมมีมากขึ้น และนั่นก็จะเป็นแรงสนับสนุนให้บริษัทผู้ผลิตหันมาผลิตอุปกรณ์ดังกล่าวแต่เพียงอย่างเดียวถึงแม้ Frame Relay จะสามารถรับส่งข้อมูลได้ในอัตราความเร็วสูงแต่จะมีปัญหาเรื่องการ Delay ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับที่เกิดขึ้นในเครือข่าย Packet Wsiching ลองพิจารณาตัวอย่างนี้ สมมติว่ามีอุปกรณ์สองเครื่องส่งข้อมูลไปยัง Frame Relay Switch

อุปกรณ์หนึ่งส่งข้อมูลขนาดใหญ่ (อาจจะส่งมาจาก LAN ที่มีขนาด 1,000 ไบต์) ขณะที่อีกอุปกรณ์ส่งข้อมูลที่มีขนาดสั้นกว่า (อาจเป็นการเข้าถึงข้อมูลธรรมดา ข้อมูลที่สนองตอบทันที หรือข้อมูลที่มีขนาดสั้นมีขนาดไม่กี่ไบต์) แต่ละเฟรมภายใน Frame Relay Switch จะมีการเรียงตามลำดับเพื่อรอการส่งออกไป เฟรมขนาดใหญ่มีเวลาจำกัดในการออกคิวไปยังสายสัญญาณที่อุปกรณ์ปลายทางขนาดของเฟรมใหญ่เท่าไหร่ก็ยิ่งจะใช้เวลาในการเดินทางถึงอุปกรณ์ปลายทางนานเท่านั้น ถ้าจังหวะเวลานั้นมีเฟรมขนาดที่สั้นกว่ารอการส่งอยู่จะต้องรอจนกว่าเฟรมที่ใหญ่กว่าออกจากสวิตช์ไปยังอุปกรณ์ปลายทางเรียบร้อยก่อน ฉะนั้นเฟรมที่ใหญ่กว่าออกจากสวิตช์ไปยังอุปกรณ์ปลายทางเรียบร้อยก่อน ฉะนั้นเฟรมขนาดสั้นจะมีการ Delay ภายใน Switch โดยสมมติว่ามีข้อมูลอยู่หลายประเภท ดังนั้นถ้าข้อมูลที่เข้ามาเป็นข้อมูลเฟรมยาวทั้งหมดจะเกิดการ Delay นานมากในทุก ๆ เฟรมขณะที่กำลังเข้าคิวภายใน Switch ถึงแม้ Frame Relay ตามคุณสมบัติจะรับเฟรมได้ขนาดใหญ่สุด 4,096 ไบต์ แต่เวลาใช้งานจริงจะรับเฟรมขนาดใหญ่สุดได้ประมาณ 1,600 ไบต์เท่านั้น

วิธีหนึ่งที่จะแก้ปัญหานี้ได้คือ ให้มีการจัดอันดับความสำคัญสำหรับข้อมูลประเภทต่าง ๆ ในเครือข่าย และให้เฟรมขนาดเล็กมีอันดับความสำคัญในการส่งสูงกว่าเฟรมที่มีขนาดใหญ่กว่า และสามารถข้ามลำดับการส่งไปยังอุปกรณ์ปลายทางได้ แต่อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถแก้ปัญหาถ้าเฟรมขนาดเล็กมาถึงเมื่อมีการส่งเฟรมขนาดใหญ่ไปแล้วได้และยกเลิกหรือละทิ้งเฟรมนั้นได้) การจัดลำดับการส่งข้อมูลแบบนี้เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดการ Delay ในเน็ตเวิร์ก

การ Delay ที่มีค่าไม่แน่นอนในเครือข่าย Frame Relay นี้จึงไม่เหมาะที่จะนำไปใช้กับแอพพลิเคชันที่มีความไวต่อการ Delay ปัจจุบันปัญหานี้ครอบคลุมถึงส่วนหลักสำคัญของเครือข่ายสองส่วนได้แก่ Vocie Transmission กับ Video Conferencing แอพพลิเคชันเหล่านี้จะเกิดการขาดความต่อเนื่องที่เกิดจากการ Delay ของข้อมูลไม่ได้ ตัวอย่างเช่น ถ้ามีการ Delay ใน Video Traffic ภาพเคลื่อนไหวคงออกมาไม่ดี ด้วยเหตุผลนี้การส่ง Vioce และ Video ในปัจจุบันจะใช้การส่งแบบการเชื่อมโยงแบบจุดต่อจุด หรือใช้เทคนิคของ Time Division Multiplexing ที่มีค่า Delay ในการติดต่อเครือข่ายภายในน้อยและคงที่

การแก้ปัญหาการ Delay ของเครือข่ายขนาดใหญ่นี้ จะทำโดยแบ่งเฟรมที่เข้ามาให้เป็นเฟรมเล็ก ๆ แล้วส่งเข้าสู่เครือข่าย WAN ผ่าน access switch หรืออุปกรณ์ FRAD วิธีการนี้ในเครือข่าย Packet Switching ที่ประสบความสำเร็จและทำงานได้ดีเยี่ยมในเครือข่าย X.25 เพราะรูปแบบของเครือข่ายนี้จะมีระดับชั้นของโปรโตคอลที่ทำให้แน่ใจได้ว่า Packet ที่แยกเป็นส่วน ๆจะสามารถนำมารวมได้วที่ปลายทางอย่างถูกต้อง สำหรับ X.25 เป็นโปรโตคอลในเลเยอร์ที่ 3 จะมีการจัดลำดับหมายเลขการรับการส่ง ซึ่งสามารถนำมารใช้ในขบวนการแยกส่วนและการกลับนำมาประกอบกันใหม่ ซึ่งขั้นตอนนี้จะมีการสร้าง Overhead บน Packet ผลที่ได้จะส่งผลกระทบให้มีการเพิ่มเวลา Delay อีกเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม เครือข่ายแบบนี้จะใช้กับการรับส่งข้อมูลเท่านั้นและความล่าช้าในการับส่งข้อมูลของเครือข่ายจะวัดได้เพียงเศษหนึ่งส่วนสิบของวินาที ดังนั้นการสร้าง Overhead นี้จึงไม่ใช่สาระสำคัญ

สำหรับ Frame Relay นั้นไม่มีรูปแบบหมายเลข ฉะนั้นจึงไม่สามารถรับประกันได้ว่า หลังจากที่ข้อมูลถูกแยกส่วนแล้วจะนำมาประกอบได้ถูกต้องที่ปลายทาง แต่ Frame Relay จะรับประกับเครือข่ายว่าเฟรมที่ถูกส่งเข้าไปในเครือข่ายจะส่งไปในลำดับที่เหมือนเดิมที่ปลายทาง อย่างไรก็ตาม เครือข่ายอาจยกเลิกเฟรมผิดพลาด และอาจส่งต่อเฟรมไปยังปลายทางได้ถูกต้อง แต่ไม่ติดต่อกัน ปัญหานี้สามารถแก้ไขโดยสร้างโปรโตคอลที่สามารถใช้ได้ใน Frame Relay และสามารถแยกเฟรมเป็นส่วน ๆ ขณะเดียวกันก็สามารถสร้างหมายเลขให้เฟรมและแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดได้ รูปแบบการทำงานนี้จะใกล้เคลียกับ Packet Switching ดังนั้นผู้ใช้งานควรจะติดตั้งเครือข่ายแบบ Packet Switching ก่อน

 

ข้อเด่น   ของเฟรมรีเลย์จึงอยู่ที่การใช้ความเร็วได้สูงกว่า X.25 และช่วยลดขนาดของโอเวอร์เฮดต่ำเพราะเฟรมรีเลย์ใช้ขนาดของเฟรมข้อมูลที่ไม่ตายตัว ขนาดของเฟรมมีขนาดตั้งแต่ 262 ไบต์ จนถึง 8 กิโลไบต์ โปรโตคอลที่ใช้ในการจัดการระดับเฟรมรีเลย์มีไม่มาก โดยจะปล่อยการจัดการดูแลข้อมูลให้กับระดับบน เช่น ระดับ TCP/IP หรือ IPX ดูแล ปัจจุบันการใช้เฟรมรีเลย์มีรูปแบบการใช้งานสองแบบ คือ การเชื่อมโยงเป็นวงจรแบบถาวรในลักษณะจุดต่อจุด กับอีกแบบหนึ่งเป็นการสร้างวงจรเทียมโดยหลักการสวิตชิ่งเหมือน X.25

  จากการใช้งานโปรโตคอลระดับสูงหลายโปรโตคอลที่นิยม เช่น TCP/IP, IPX มีวิธีการตรวจสอบข้อมูลระหว่างกันแล้วการใช้ TCP/IP เชื่อมต่อวงแลนผ่านเฟรมรีเลย์จะให้ประสิทธิภาพโดยรวมดีกว่าแบบ X.25 ลักษณะของ X.25 เหมาะสมกับงานประเภทออนไลน์ที่ทำงานแบบรายการย่อยที่เป็นวงจรแบบสวิตช์สร้างวงจรเทียม ในลักษณะประมวลผลทีละรายการ การเชื่อมต่อวง LAN หลายวงผ่านเครือข่ายระยะไกลด้วยเฟรมรีเลย์จะให้ความเร็วได้ดีกว่า แบบ X.25 เพราะไม่ต้องรอตรวจสอบข้อผิดพลาด แต่ให้ระดับบนดำเนินการเอง

เฟรมรีเลย์ จึงเป็นฐานของระบบเครือข่ายในชั้น 1 กับชั้น 2 ตามโมเดลของระบบสื่อสาร OSI ผู้ใช้งานสามารถหาโปรโตคอลอื่นในชั้น 3 ขึ้นไปมาใช้ได้ จากข้อเด่นในเรื่องโอเวอร์เฮดต่ำทำให้ระบบการเชื่อมโยง LAN ระยะไกลในลักษณะหลายเครือข่ายเป็นสิ่งที่เห็นประโยชน์ได้อย่างเด่นชัด

 

ประโยชน์และการนำไปประยุกต์งานเชิงสร้างสรรค์ 

      -สามารถใช้งานได้ดีกับเครือข่ายทั่วไปไม่เฉพาะ  LAN เท่านั้น

      -เป็นเครือข่ายระบบดิจิทัลที่มีอัตราความผิดพลาดของข้อมูลต่ำ

      -มีระบบตรวจเช็คความถูกต้องของข้อมูลที่ปลายทาง

      -ส่งข้อมูลได้รวดเร็วและประหยัดเวลา

      -มีอัตราการรับข้อมูลสูง

      -สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเครือข่าย LAN(Local Area Network) ได้

      -รวดเร็วและประหยัด

ข้อดี 

      -ส่งข้อมูลได้รวดเร็ว

      -ส่วนมากนำเอา Frame Relay มาเป็นทางเลือกแก่ผู้ใช้ในการเช่าสายสัญญาณซึ่งเสียค่าใช้จ่ายน้อย

      -เฟรมอยู่ที่การใช้ความเร็วได้สูงกว่า X.25 และช่วยลดขนาดของโอเวอร์เฮดต่ำ เพราะเฟรมรีเลย์ใช้ขนาดของแฟ้มข้อมูลที่ไม่ตายตัว

      -การเชื่อมต่อวง LAN หลายวงผ่านเครือข่ายระยะไกลด้วยเฟรมจะให้ความเร็วได้ดีกว่า X.25 เพราะไม่ต้องตรวจสอบข้อผิดพลาด

ข้อเสีย

      -จะไม่แก้ไขความผิดพลาดจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้ใช้ปลายทาง

 

ความต้องการของตลาด

        นับเวลาย้อนหลังไปในช่วงเวลาประมาณ 10 ปี เรารู้กันว่า X.25 เป็นเทคโนโลยีที่มีผู้นิยมใช้กันมากทั้ง ในแถบประเทศยุโรป สหรัฐอเมริกาตอนเหนือ X.25 ถือว่าเป็

ตัวเลือกยุคแรกๆ ของการสื่อสารข้อมูล ในระยะทางไกลๆ หรือ WAN ต่อมา เฟรมรีเลย์กลายเป็น ตัวเลือกที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งแต่มีข้อน่าสังเกต อยู่ว่าเทคโนโลยีนี้มีช่วยเวลาของ การเปิดตัวออกสู่ตลาดไม่นานนัก็มี SMDS และ ATM ตามมา หากใครที่ได้ติดตามและเรียนรู้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางด้านอุปกรณ์สื่อสารข้อมูลจะทราบว่าในเอเชีย จะมีช่วงของการก้าวกระโดดของการใช้เทคโนโลยี เนื่องจากว่า ช่วงเวลาที่เทคโลยีเฟรมรีเลย์ที่อุปกรณ์ ซึ่งผลิตออกมานั้น ผู้ใช้จะให้เวลากับตนเองในการศึกษาเปรียบเทียบเจ้า ATM ก็โผล่ออกมาเป็นตัวเลือก ที่น่าสนใจมากๆ เนื่องจากว่าหลายๆ หน่วยงานต้องคำนึงถึงเรื่อง การลงทุนและเทคโนโลยีเป็นสำคัญ ในที่สุดก็เข้าสู่ยุคของ ATM โดยมีหน่วยงานน้อยมากที่จะเลือกใช้ เฟรมรีเลย์ ดังรูปที่ 10 ในแง่ของความสามารถหรืออัตราการส่งข้อมูลต้องยกให้ ATM เป็นที่ใหญ่เพื่อเทียบกับ SMDS, เฟรมรีเลย์ และ X.25

สรุป

Frame Relay เป็นทางออกในการแก้ปัญหาสำหรับเครือข่ายที่ต้องการรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูง และมีคุณสมบัติเหนือว่า X.25 และโปรโตคอลที่ใช้งานเหมือนกับตัวอื่น ๆ ที่สำคัญเป็นทางออกที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายทั้งในด้านอุปกรณ์เชื่อมต่อและสายสื่อสารสำหรับการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย LAN หลาย ๆ วงในระยะไกล  Frame Relay จะเป็นโปรโตคอลที่ใช้ในเครือข่ายอนาคต เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการเชื่อมต่อเครือข่าย LAN ผ่านเครือข่าย WAN สำหรับเครือข่ายชนิดอื่นนั้นสามารถนำมาใช้ได้เช่นนั้น แต่อาจมีความเหมาะสมน้อยกว่า สามารถใช้ในการรับส่งข้อมูลประเภท Voice หรือ Video ได้แต่ไม่สมบูรณ์แบบเท่าที่ควร  แต่ไม่ว่าจะใช้กับโปรแกรมประเภทใด Frame Relay ควรติดตั้งบนองค์ประกอบเครือข่ายที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อที่ผู้ใช้จะได้รับประโยชน์จากเครือข่ายนี้ และควรใช้งานร่วมกับโปรโตคอลของผู้ใช้ปลายทางเพื่อตรวจสอบแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในเครือข่ายได้ ถ้าพิจารณาตามคุณสมบัติแล้ว Frame Relay จะให้อัตราการส่งผ่านข้อมูลได้สูงกว่าเครือข่าย Packet Switching

EN-C�, of@�(��nguage:EN-CA;mso-bidi-language:TH'>IPX ดูแล ปัจจุบันการใช้เฟรมรีเลย์มีรูปแบบการใช้งานสองแบบ คือ การเชื่อมโยงเป็นวงจรแบบถาวรในลักษณะจุดต่อจุด กับอีกแบบหนึ่งเป็นการสร้างวงจรเทียมโดยหลักการสวิตชิ่งเหมือน X.25

จากการใช้งานโปรโตคอลระดับสูงหลายโปรโตคอลที่นิยม เช่น TCP/IP, IPX มีวิธีการตรวจสอบข้อมูลระหว่างกันแล้วการใช้ TCP/IP เชื่อมต่อวงแลนผ่านเฟรมรีเลย์จะให้ประสิทธิภาพโดยรวมดีกว่าแบบ X.25 ลักษณะของ X.25 เหมาะสมกับงานประเภทออนไลน์ที่ทำงานแบบรายการย่อยที่เป็นวงจรแบบสวิตช์สร้างวงจรเทียม ในลักษณะประมวลผลทีละรายการ การเชื่อมต่อวง LAN หลายวงผ่านเครือข่ายระยะไกลด้วยเฟรมรีเลย์จะให้ความเร็วได้ดีกว่า แบบ X.25 เพราะไม่ต้องรอตรวจสอบข้อผิดพลาด แต่ให้ระดับบนดำเนินการเอง

เฟรมรีเลย์ จึงเป็นฐานของระบบเครือข่ายในชั้น 1 กับชั้น 2 ตามโมเดลของระบบสื่อสาร OSI ผู้ใช้งานสามารถหาโปรโตคอลอื่นในชั้น 3 ขึ้นไปมาใช้ได้ จากข้อเด่นในเรื่องโอเวอร์เฮดต่ำทำให้ระบบการเชื่อมโยง LAN ระยะไกลในลักษณะหลายเครือข่ายเป็นสิ่งที่เห็นประโยชน์ได้อย่างเด่นชัด

 

ประโยชน์และการนำไปประยุกต์งานเชิงสร้างสรรค์ 

      -สามารถใช้งานได้ดีกับเครือข่ายทั่วไปไม่เฉพาะ  LAN เท่านั้น

      -เป็นเครือข่ายระบบดิจิทัลที่มีอัตราความผิดพลาดของข้อมูลต่ำ

      -มีระบบตรวจเช็คความถูกต้องของข้อมูลที่ปลายทาง

      -ส่งข้อมูลได้รวดเร็วและประหยัดเวลา

      -มีอัตราการรับข้อมูลสูง

      -สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเครือข่าย LAN(Local Area Network) ได้

      -รวดเร็วและประหยัด

ข้อดี 

      -ส่งข้อมูลได้รวดเร็ว

      -ส่วนมากนำเอา Frame Relay มาเป็นทางเลือกแก่ผู้ใช้ในการเช่าสายสัญญาณซึ่งเสียค่าใช้จ่ายน้อย

      -เฟรมอยู่ที่การใช้ความเร็วได้สูงกว่า X.25 และช่วยลดขนาดของโอเวอร์เฮดต่ำ เพราะเฟรมรีเลย์ใช้ขนาดของแฟ้มข้อมูลที่ไม่ตายตัว

      -การเชื่อมต่อวง LAN หลายวงผ่านเครือข่ายระยะไกลด้วยเฟรมจะให้ความเร็วได้ดีกว่า X.25 เพราะไม่ต้องตรวจสอบข้อผิดพลาด

ข้อเสีย

      -จะไม่แก้ไขความผิดพลาดจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้ใช้ปลายทาง

ความต้องการของตลาด

        นับเวลาย้อนหลังไปในช่วงเวลาประมาณ 10 ปี เรารู้กันว่า X.25 เป็นเทคโนโลยีที่มีผู้นิยมใช้กันมากทั้ง ในแถบประเทศยุโรป สหรัฐอเมริกาตอนเหนือ X.25 ถือว่าเป็

ตัวเลือกยุคแรกๆ ของการสื่อสารข้อมูล ในระยะทางไกลๆ หรือ WAN ต่อมา เฟรมรีเลย์กลายเป็น ตัวเลือกที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งแต่มีข้อน่าสังเกต อยู่ว่าเทคโนโลยีนี้มีช่วยเวลาของ การเปิดตัวออกสู่ตลาดไม่นานนัก็มี SMDS และ ATM ตามมา หากใครที่ได้ติดตามและเรียนรู้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางด้านอุปกรณ์สื่อสารข้อมูลจะทราบว่าในเอเชีย จะมีช่วงของการก้าวกระโดดของการใช้เทคโนโลยี เนื่องจากว่า ช่วงเวลาที่เทคโลยีเฟรมรีเลย์ที่อุปกรณ์ ซึ่งผลิตออกมานั้น ผู้ใช้จะให้เวลากับตนเองในการศึกษาเปรียบเทียบเจ้า ATM ก็โผล่ออกมาเป็นตัวเลือก ที่น่าสนใจมากๆ เนื่องจากว่าหลายๆ หน่วยงานต้องคำนึงถึงเรื่อง การลงทุนและเทคโนโลยีเป็นสำคัญ ในที่สุดก็เข้าสู่ยุคของ ATM โดยมีหน่วยงานน้อยมากที่จะเลือกใช้ เฟรมรีเลย์ ดังรูปที่ 10 ในแง่ของความสามารถหรืออัตราการส่งข้อมูลต้องยกให้ ATM เป็นที่ใหญ่เพื่อเทียบกับ SMDS, เฟรมรีเลย์ และ X.25

สรุป

Frame Relay เป็นทางออกในการแก้ปัญหาสำหรับเครือข่ายที่ต้องการรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูง และมีคุณสมบัติเหนือว่า X.25 และโปรโตคอลที่ใช้งานเหมือนกับตัวอื่น ๆ ที่สำคัญเป็นทางออกที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายทั้งในด้านอุปกรณ์เชื่อมต่อและสายสื่อสารสำหรับการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย LAN หลาย ๆ วงในระยะไกล  Frame Relay จะเป็นโปรโตคอลที่ใช้ในเครือข่ายอนาคต เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการเชื่อมต่อเครือข่าย LAN ผ่านเครือข่าย WAN สำหรับเครือข่ายชนิดอื่นนั้นสามารถนำมาใช้ได้เช่นนั้น แต่อาจมีความเหมาะสมน้อยกว่า สามารถใช้ในการรับส่งข้อมูลประเภท Voice หรือ Video ได้แต่ไม่สมบูรณ์แบบเท่าที่ควร  แต่ไม่ว่าจะใช้กับโปรแกรมประเภทใด Frame Relay ควรติดตั้งบนองค์ประกอบเครือข่ายที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อที่ผู้ใช้จะได้รับประโยชน์จากเครือข่ายนี้ และควรใช้งานร่วมกับโปรโตคอลของผู้ใช้ปลายทางเพื่อตรวจสอบแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในเครือข่ายได้ ถ้าพิจารณาตามคุณสมบัติแล้ว Frame Relay จะให้อัตราการส่งผ่านข้อมูลได้สูงกว่าเครือข่าย Packet Switching

 

แหล่งข้อมูล

รศ.ยืน ภู่วรวรรณ
วารสาร DataNews ฉบับที่ 19 กันยายน-พฤศจิกายน 2538 ,

บริษัท ชินวัตร ดาต้าคอม จำกัด
นิตยสารไมโครคอมพิวเตอร์ ฉบับเดือนมีนาคม 2541  ,

NECTEC's Web Based Learning  Learn on the Internet by NECTEC – Thailand.



องค์ความรู้ที่มีผู้อ่านมากสุด
เรียนรู้เรื่อง เมนบอร์ด (Mainboard, mother board)
แผงวงจรหลัก เป็นหัวใจสำคัญที่สุดที่อยู่ภายในเครื่อง เมื่อเปิดฝาเครื่องออกมาจะเป็นแผงวงจรขนาดใหญ่วางนอนอยู่ นั่นคือส่วนที่เรียกว่า "เมนบอร์ด"

โดย... Web Master (IT)

รายละเอียดของระบบ e-Purchasing Online ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
รายละเอียดของระบบ e-Purchasing Online ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

โดย... Web Master (IT)

AutoCAD คืออะไร
AutoCAD (Computer Aided Drefting/Dedign, CAD) เป็นซอฟต์แวร์ช่วยออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ ที่สามารถรองรับการทำงานทั้งใน 2 มิติ และ 3 มิติ

โดย... Web Master (IT)

ทำความรู้จักกับ IIG (International Internet Gateway ) & NIX(National Internet Exchange )
การใช้งานอินเตอร์เน็ตของเราทุกคน จำเป็นต้องผ่านระบบการให้ บริการของ IIG และ NIX เพราะว่า เป็นเหมือนเส้นทางหลักของศูนย์กลางโครงข่าย ของประเทศไทย ทั้งภายในและ ภายนอกประเทศ ที่จากเดิมเราจะทราบกันอยู่แล้วว่า บริการทั้งสองประเภทนี้จะมีผู้ให้บริการ แบบผูกขาดอยู่เพียงรายเดียวเท่านั้น คือ การสื่อสารแห่งประเทศไทย เพียงเท่านั้น แต่ ณ ปัจจุบันนี้ได้มีหน่วยงานที่เข้ามา กำกับดูแลในเรื่องของโทรคมนาคมของเมืองไทยอย่างเป็น รูปธรรมมากยิ่งขึ้น จึงก่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรี และปัจจุบัน ทาง กทช. ผู้เป็นหน่วยงานหลัก ของ การกำกับดูแลได้เปิดอนุญาตให้กลุ่มบริษัทเอกชนทั่วไป สามารถขอรับใบอนุญาต การให้ บริการทั้งสองประเภทได้ เพื่อให้เกิดการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม และก่อให้ เกิดประโยชน์สูงสุด แก่ผู้บริโภคกันเลยละครับ

โดย... Web Master (IT)

ความรู้เรื่อง...การ์ดจอ
การ์ดจอ (Video Card) การ์ดแสดงผล หรือ กราฟฟิกการ์ด (Graphic card) เป็น แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำหน้าที่ในการนำข้อมูลที่ได้จากการประมวลผลของซีพียูมาแสดงบนจอภาพ ทำให้ผู้ใช้ สามารถควบคุมการทำงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจอภาพจะเป็นส่วนที่รับข้อมูลจากการ์ดแสดงผลอีกทีหนึ่ง การ์ดกราฟฟิกทีได้รับความนิยมและใช้กันแพร่หลายในอยู่ปัจจุบัน เป็นการ์ดกราฟฟิกที่มี GPU เป็นตัวประมวลผล

โดย... Web Master (IT)

Windows XP Service Pack 3 Overview
ภาพรวม Windows XP Service Pack 3 จะประกอบด้วย security updates hotfix และ patch ต่างๆ ที่ไมโครซอฟท์ปล่อยหลังออก SP2 เป็นต้นมาไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงฟังก์ชั่นและการทำงานที่สำคัญ แต่จะอัพเดตองค์ประกอบต่างๆ อย่าง Microsoft Management Console (MMC) 3.0 และ Microsoft Core XML Services 6.0 (MSXML6) เป็นเวอร์ชั่นปัจจุบัน สิ่งที่น่าสนใจประการหนึ่งคือ ไมโครซอฟท์ไม่ได้รวมเอา Windows Internet Explorer 7 เข้ามาไว้ใน SP3 แต่จะใส่มาเฉพาะส่วนที่เป็นอัพเดตและ fix เท่านั้น คล้ายกับว่าไมโครซอฟท์ตั้งใจจะไม่บีบให้ลูกค้าต้องเปลี่ยนจาก IE6 มาใช้ IE7 ใครที่ต้องการอยู่กับ IE6 (ด้วยเหตุผลใดก็ตาม) ก็จะยังสามารถใช้ IE6 ได้ สำหรับใครที่เปลี่ยนไปเป็น IE7 แล้วจะมีอัพเดตมาให้เช่นเดียวกัน

โดย... Web Master (IT)

เรียนรู้เรื่อง CPU
CPU (Central Processing Unit) หรือ โปรเซสเซอร์ (Processor) คือ ส่วนหนึ่งของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีหน้าที่ควบคุมกา รทำงานของส่วนอื่นๆ โดยทั่วไปแล้ว ซีพียูจะประกอบไปด้วย หน่วยควบคุม (Control Unit), หน่วยประมวลผลคณิตศาสตร์และตรรกศาสตร์ (Arithmetic and Logic Unit; ALU) และหน่วยความจำ ได้แก่ รีจีสเตอร์ (Register), แคช (Cache), แรม (RAM) และรอม (ROM)

โดย... Web Master (IT)

นวัตกรรมรถบรรทุกขนาดใหญ่ B-double รถกึ่งพ่วงบรรทุกแบบพิเศษ
ในยุคที่ประสิทธิภาพและต้นทุนการขนส่งเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพัฒนาร่วมกันอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะเมื่อต้นทุนหลักของการขนส่งคือน้ำมันเชื้อเพลิงมีสัดส่วนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก๊าซธรรมชาติและไบโอดีเซลกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการขนส่งต้องศึกษาและพัฒนากองรถมาทดลองและใช้กันแน่นอน การพัฒนารถไฟและการขนส่งทางลำน้ำให้สามารถขนส่งสินค้าในเส้นทางหลักได้มากขึ้น มีบริการที่แน่นอนและสามารถเชื่อมต่อกับการขนส่งด้วยรถบรรทุกได้สะดวกรวดเร็ว เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายปรารถนา เพราะคาดหมายว่าจะทำให้การขนส่งได้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าการขนส่งด้วยรถบรรทุก ประเด็นเรื่องการขนส่งในปริมาณมากๆ ต่อเที่ยว มักจะยกประเด็นในเรื่องการประหยัดพลังงาน การลดปริมาณมลพิษจากน้ำมัน และการประหยัดค่าจ้างแรงงานของพนักงานขับรถ โดยทั้งหมดคิดหารเฉลี่ยจากจำนวนหน่วยสินค้าและระยะทางขนส่งต่อเที่ยวนั้นๆ หลายครั้งที่รถบรรทุกถูกวางตำแหน่งให้ทำหน้าที่ขนส่งและกระจายสินค้าในระยะทางรัศมีสั้นๆ รอบๆ สถานีหรือต้นทางปลายทางที่เป็น hub

โดย... Web Master (IT)

การประยุกต์ใช้ DATA WAREHOUSEING
มีการประมาณการณ์เอาไว้ว่า ถ้าไม่มีการนำเอาระบบ Data Warehouse มาประยุกต์ใช้ในองค์กร จะมีคน เพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่จะสามารถใช้งานระบบสารสนเทศได้ตามความต้องการ และนั่นก็คือจำนวนคนที่มีระดับความรู้ ทาง IT เพียงพอที่จะสร้าง Query ขึ้นด้วยตนเองเพื่อสนองความต้องการด้านข้อมูลของตน นอกจากนั้นแล้ว ระบบ EIS (Executive Information System) และ DSS (Decision Support System) ก็มักจะทำงานได้ไม่ตรงกับที่ต้องการ เพราะข้อมูล ดิบจากฐานข้อมูลประจำวันนั้น เข้าถึงยาก หรือไม่ก็ทำความเข้าใจได้ไม่ง่ายนัก ยิ่งไปกว่านั้น การอนุญาตให้ผู้ใช้ระดับสูง สามารถเข้าถึงและค้นหาฐานข้อมูลได้โดยตรงอาจจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของงานข้อมูล รวมไปถึงความเป็นระเบียบ (Data Integrity) ของฐานข้อมูลด้วย

โดย... Web Master (IT)

การเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (Object Oriented Programming: OOP)
ในปัจจุบันภาษาในการเขียนโปรแกรมเพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศที่ใช้ในองค์กรธุรกิจ มีมากมายหลายภาษาให้เลือก การเรียนรู้ภาษาเขียนโปรแกรมหรือการมีความรู้ในหลาย ๆ ภาษาถือเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจำเป็นต้องเขียนโปรแกรมให้ได้ทุก ๆ ภาษา แต่สามารถเลือกบางภาษาที่เรามีความถนัดหรือเลือกที่จะเริ่มต้นกับภาษาใด ภาษาหนึ่งได้ ซึ่งการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุถือได้ว่าได้รับความนิยมในปัจจุบันรวมถึงแนวโน้มในอนาคต ซึ่ง Java ก็เป็นหนึ่งในการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ ที่มีพื้นฐานมาจากภาษา C และคิดว่าน่าจะเป็นอีกภาษาหนึ่งที่น่าศึกษาและน่าเรียนรู้ เพราะเทคโนโลยีของ Java ถือว่ากำลังร้อนแรงในแวดวงของ Software

โดย... Web Master (IT)