ข้อมูลองค์ความรู้โดย
จรรรงค์ โมรา
ตำแหน่ง ผู้จัดการฝ่ายการเงิน

อีเธอร์เน็ต ( Ethernet)

ประเภททางด้าน IT หลัก :   Communications
ประเภททางด้าน IT ย่อย :   Ethernet
  ลงข้อมูลเมื่อ 09:56:33 16/08/2010
  Page View (5696) แบ่งปัน

Ethernet คืออะไร

อีเธอร์เน็ต ( Ethernet) เป็นชื่อเรียกวิธีการสื่อสารในระดับล่างหรือที่เราเรียกว่าโปรโตคอล ( Protocol) ของระบบ LAN ชนิดหนึ่งที่พัฒนาขึ้นโดย 3 บริษัทใหญ่คือบริษัท Xerox Corporation, Digital Equipment Corporation (DEC) และ Intel ในปี ค.ศ. 1976

ปัจจุบันมีอายุได้ประมาณเกือบ 30 ปีแล้ว โดยถูกจัดให้เป็นมาตรฐานของ IEEE 802.3 และใช้กันอย่างแพร่หลายจนกระทั่งถึงปัจจุบัน อีเธอร์เน็ตในช่วงแรกทำความเร็วได้ 10 Mbps แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า Fast Ethernet และ Gigabit Ethernet ที่ทำความเร็วได้ถึง 100 Mbps และ 1000 Mbps ตามลำดับ

อีเธอร์เน็ตจะใช้เทคนิคในการรับส่งข้อมูลที่เรียกว่า CSMA/CD (Carrier Sense Multiple Access / Collision Detection) ซึ่งอธิบายได้คือในการส่งข้อมูลครั้งหนึ่ง ๆ จะกระทำได้ครั้งละคนเท่านั้น หากมีการส่งข้อมูลมากว่า 1 คนพร้อม ๆ กันจะทำให้ข้อมูลชนกันและนำมาใช้ไม่ได้ ซึ่งเหตุการณ์นี้เรียกว่าการเกิด “Collision” ซึ่งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่าง ๆ จะมีสามารถในการตรวจสอบการเกิด Collision ได้จึงเป็นที่มาของคำว่า “Collision Detection” และเมื่อเกิด Collision ขึ้นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แต่ละชิ้นนั้นจะต้องมีการหยุดรอเพื่อส่งข้อมูลใหม่ โดยช่วงระยะเวลาที่แต่ละคนต้องหยุดรอเพื่อส่งข้อมูลใหม่นั้นจะอาศัยการคำนวณทางสถิติแบบสุ่ม (Random) ซึ่งโอกาสที่จะกลับมาส่งข้อมูลพร้อมกันอีกจึงมีน้อยมาก อย่างไรก็ตามหากเกิด Collision ขึ้นอีกก็ใช้วิธีหยุดรอเพื่อส่งข้อมูลใหม่ตามขั้นตอนที่ผ่านมานั่นเอง นอกจากนี้เพื่อลดโอกาสการเกิด Collision อุปกรณ์คอมพิวเตอร์จึงมีความสามารถในการตรวจสอบว่าปัจจุบันมีใครกำลังส่งข้อมูลอยู่หรือไม่ ถ้ามีจะไม่ส่งข้อมูลเข้าไปรบกวนซึ่งวิธีนี้เป็นที่มาของคำว่า Carrier Sense นั่นเอง สำหรับคำว่า Multiple Access ก็คือการที่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ใช้สื่อชุดเดียวกันในการรับส่งข้อมูลนั่นเอง

 

เครือข่ายอีเธอร์เน็ตแบบสตาร์ ( 10BaseT/100BaseT)

เครือข่ายอีเธอร์เน็ตแบบสตาร์หรือมีชื่อทางเทคนิคว่า 10BaseT ซึ่งต่อไปจะเรียกง่าย ๆ ว่าระบบ LAN แบบสตาร์ จะใช้อุปกรณ์ประเภท Hub หรือ Switch เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อโดยจะต้องใช้สาย UTP (CAT5) ต่อระหว่างการ์ด LAN ของเครื่องพีซีแต่ละเครื่องมาที่พอร์ตของ Hub หรือ Switch เครือข่ายแบบนี้นิยมใช้ในบริษัทหรือตามร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ทั่ว ๆไป ถ้าจะนำมาใช้ในบ้านก็ไม่ผิด เนื่องจากราคาอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็น Hub หรือ Switch การ์ด LAN และสาย UTP (CAT5) ในปัจจุบันค่อนข้างถูกในขณะที่ความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงมากถึง 100 Mbps ( จริง ๆ ปัจจุบันได้ถึง 1000 Mbps แต่อุปกรณ์ยังมีราคาแพงอยู่) ซึ่งเพียงพอต่อการเล่นเกมผ่านระบบ LAN ได้อย่างสบาย วิธีนี้พวกร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่นำไปใช้เป็นสูตรสำเร็จในการสร้างระบบ LAN ภายในร้านกันถ้วนหน้า

อุปกรณ์ที่ใช้ในการสร้างระบบ LAN แบบสตาร์

อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการสร้างระบบ LAN แบบสตาร์มีรายละเอียดดังนี้

Hub หรือ Switch

ทั้ง Hub หรือ Switch ( หรือ Switching Hub) ต่างเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าในระบบ LAN แบบสตาร์ หน้าตาของ Hub และ Switch ดูภายนอกจะคล้าย ๆ กันคือ มีลักษณะ เป็นกล่องสี่เหลี่ยมที่ด้านหน้าจะมีพอร์ตแบบ RJ-45 ไว้ให้เสียบที่มาจากการ์ด LAN สำหรับจำนวนพอร์ตต่อตัวก็แตกต่างกันไปซึ่งมีตั้งแต่ 4, 5, 8, 12, 16 และ 24 พอร์ต ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่น หน้าตาของ Hub และ Switch

LAN Card

การ์ด LAN มีชื่อเรียกกันหลายอย่าง เช่น Network Adapter Card, Network Interface Card (NIC) และ Ethernet Card แต่เราเรียกย่อ ๆ ว่า “ การ์ด LAN” เครื่องพีซีหรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่จะต่อเข้ากับระบบ LAN ทุกตัวจะต้องมีการ์ด LAN ซึ่งอาจติดมากับเครื่องพีซีบางรุ่นเลย หรืออาจต้องซื้อมาเสียบเพิ่ม ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นแบบเสียบเข้ากับสล็อต PCI หรือถ้าเป็นรุ่นเก่าหน่อยก็จะเป็นแบบเสียบกับสล็อต ISA ดังนั้นก่อนจะซื้อการ์ด LAN ควรจะตรวจสอบเมนบอร์ดของเครื่องพีซีก่อนว่ามีสล็อตเป็นแบบ PCI หรือ ISA พร้อมกับตรวจสอบระดับความเร็วของ Hub หรือ Switch ที่จะมาใช้คู่กันด้วย

การ์ด LAN ที่ใช้กับระบบ LAN แบบสตาร์นั้นจะต้องมีช่องไว้สำหรับเสียบสาย UTP แบบ RJ-45 ด้วย ซึ่งลักษณะจะแตกต่างจากการ์ด LAN ที่ใช้สำหรับระบบ LAN แบบบัสที่เป็นแบบหัวกลม นอกจากนี้ก็ยัง มีการ์ดแบบผสมที่ใช้ได้ทั้งกับระบบ LAN แบบบัสและระบบ LAN แบบสตาร์ สำหรับการ์ด LAN ที่ใช้กับระบบ LAN แบบสตาร์จะมีทั้งความเร็ว 10, 100 หรือ 10/100 Mbps หน้าตาของการ์ด LAN เป็นดังรูปข้างล่างซึ่งจะมีช่องเสียบกับสาย UTP ที่เข้าหัวแบบ RJ-45

การเลือกซื้อการ์ด LAN จะต้องเลือกการ์ดที่มีระดับความเร็วที่เข้ากันได้กับ Hub หรือ Switch เพราะถ้าซื้อ Hub หรือ Switch แบบ 100 Mbps แล้วการ์ด LAN ของเป็น 10 Mbps ก็ใช้ด้วยกันไม่ได้ ดังนั้นถ้าจะให้ ยืดหยุ่นหรือปลอดภัยไว้ก่อนควรซื้อแบบ 10/100 Mbps ( ใช้ได้ทั้งแบบ 10 และ 100 Mbps) ไปเลยดีกว่าทั้งการ์ด LAN และ Hub/Switch

รูป 1.2 การ์ด LAN แบบสตาร์ที่ใช้ในปัจจุบัน

สายคู่บิดเกลียว ( Twisted Pair)

คือสายสัญญาณที่ใช้ในระบบ LAN แบบสตาร์ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิดคือ แบบมีฉนวนหุ้มที่เรียกว่า “Shielded Twisted Pair” หรือ STP และแบบไม่มีฉนวนหุ้ม หรือ “Unshielded Twisted Pair) หรือ UTP แบบมีฉนวนหุ้มจะสามารถป้องกันการรบกวนทางไฟฟ้าได้ดีกว่า แต่ถ้าใช้กับระบบ LAN โดยทั่ว ๆ ไปจะใช้สาย UTP แบบ CAT5 (Category 5) ซึ่งให้ความเร็วได้สูงสุด 100 Mbps และระยะทำการ ไม่เกินเส้นละ 100 เมตร ในปัจจุบันมีสายแบบ UTP แบบ CAT5e ซึ่งสามารถสนับสนุนความเร็วได้ถึง 1000 Mbps หรือ 1 จิกาบิต ที่ใช้กับ Gigabit Ethernet แต่สามารถนำมาใช้แทน CAT5 ได้

เครือข่ายอีเธอร์เน็ตแบบบัส ( 10Base2)

เครือข่ายอีเธอร์เน็ตแบบบัสมีชื่อเรียกกันไปหลาย ๆ อย่าง เช่น 10Base2, Thinnet, CheaperNet หรืออะไรก็ตาม แต่เรียกง่าย ๆ ว่าระบบ LAN แบบบัส คือระบบ LAN แบบอีเธอร์เน็ตที่ไม่ต้องมี Hub/Switch โดยสายที่ใช้จะต้องเป็นสายที่เรียกว่า “ โคแอกเชียล ” (Coaxial) และ “ การ์ด LAN” ที่ใช้จะต้องเป็นแบบ BNC ซึ่งจะทำความเร็วได้สูงสุด 10 Mbps

อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในระบบ

สายโคแอกเชียล ( Coaxial) และหัวต่อต่าง ๆ

สายโคแอกเชียลหรือที่เรียกว่า “10Base2” คือสายสัญญาณที่ใช้ในระบบ LAN แบบบัสมี 2 แบบคือแบบหนา ( Thick Coaxial) และแบบบาง ( Thin Coaxial) แต่ที่จะนำมาใช้คือแบบบาง 
หรือเรียกอีกย่างหนึ่งว่า RG-58 ซึ่งมีความต้านทาน 50 โอห์ม การต่อสายเข้ากับการ์ด LAN ที่มีหัวแบบ BNC (British Naral Connector) โดยผ่านตัว T-Connector และที่ปลายสายทั้งสองด้าน จะต้องปิดด้วยหัวจุก Terminator ขนาด 50 โอห์มเสมอ ระยะทำการของสายจากเครื่องแรกจนกระทั่ง เครื่องสุดท้ายไม่เกินประมาณ 185 เมตร

รูป1.2 การต่อโดยใช้สาย Coaxial และหัวต่อต่างๆ

การ์ด LAN สำหรับระบบ LAN แบบบัส ( หัวกลม)

การ์ด LAN สำหรับ LAN แบบบัส คือการ์ด LAN ที่มีหัว BNC ( หัวกลม) สำหรับต่อเข้ากับสายโคแอกเชียลในระบบ LAN แบบบัสดังรูป ความเร็วที่ต่อได้จะเป็น 10 Mbps เท่านั้น เนื่องจากยังไม่มีการพัฒนาเทคโนโลยีแบบ 100 Mbps บนระบบ LAN แบบบัส

เครือข่ายโทรศัพท์ในบ้าน ( Phoneline Network)

คือการนำสายโทรศัพท์ในบ้านมาใช้ ในการรับส่งข้อมูลนอกเหนือจากการใช้โทรศัพท์ตามปกติ เหมาะสำหรับบ้านที่มีการเดินสายโทรศัพท์ภายในที่เป็นระบบอยู่แล้ว คือมีการติดตั้งปลั๊กโทรศัพท์ ไว้ตามจุดต่าง ๆ ในบ้าน เช่น ห้องรับแขก ห้องครัว ห้องนอน หรือห้องนั่งเล่น เป็นต้น ซึ่งบ้านฝรั่งส่วนมากจะเป็นแบบนั้น ถ้าบ้านไม่ได้มีการเดินสายในลักษณะนี้ก็ไม่เหมาะจะใช้เทคโนโลยีนี้ ซึ่งเป็นการผสมผสานเครือข่ายแบบ Phoneline Network เข้ากับเครือข่ายอีเธอร์เน็ตแบบสตาร์

อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในระบบ

อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการสร้างระบบเครือข่ายโทรศัพท์ในบ้าน จะมีรายเอียดดังต่อไปนี้

HomePNA Adapter

คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่คล้าย ๆโมเด็ม ซึ่งมีแบบภายในและภายนอก โดย Adapter แบบภายในจะ เสียบสล็อตแบบ PCI ในเครื่องพีซี สำหรับ Adapter แบบภายนอกจะเสียบเข้ากับพอร์ต USB ของเครื่องพีซี และ Adapter ทั้งสองชนิดนี้จะมีพอร์ตหรือปลั๊กโทรศัพท์ ( RJ-45) อยู่ 2 ช่องโดยช่องแรกจะไว้ให้เสียบ สายโทรศัพท์เข้ากับปลั๊กโทรศัพท์ตามผนังห้องในบ้าน และช่องที่สองไว้สำหรับต่อเข้าหัวโทรศัพท์ หรือโมเด็มได้ ซึ่งในระหว่างที่คุยโทรศัพท์หรือโมเด็มอยู่ก็จะไม่ไปรบกวนสัญญาณของอุปกรณ์ HomePNA Adapter แต่อย่างใด กล่าวคือสามารถใช้พร้อมกันได้นั่นเอง

รูป 3.1 Adapter PCI and HomePNA

HomePAN to Ethernet Bridge

ในกรณีที่ต้องการเชื่อมต่อไปยังเครือข่ายประเภทอื่น ๆ เช่น เครือข่ายอีเธอร์เน็ต หรือเอาไว้ต่อพ่วงเข้ากับอุปกรณ์สำหรับแชร์อินเตอร์เน็ต (Internet Gateway) ที่ใช้ ADSL/cable Modem 

หน่วยงานหรือองค์การที่ทำหน้าที่ดูแลและกำหนดมาตรฐานของเทคโนโลยี Phoneline Network มีชื่อว่า HomePAN (www.homepan.org) โดยมาตรฐานที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคือ HomePNA 2.0 ซึ่งสามารถ ทำความเร็วในการส่งข้อมูล ได้ 10 Mbps ในขณะที่มาตรฐานของ HomePNA ในรุ่นแรก ( HomePNA 1.0) ทำความเร็วได้เพียง 1 Mbps เท่านั้น สำหรับข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางด้าน Phoneline Network ก็สามารถดูได้ที่เว็บไซท์http://www.thaiinternetwork.com/chapter/www.homepna.org/products

เครือข่ายแบบไร้สาย ( Wireless)

เครือข่ายแบบไร้สายคือเครือข่ายที่อาศัยคลื่นวิทยุ ( Radio Frequency) ในการรับส่งข้อมูล ซึ่งในปัจจุบันมีมาตรฐานอยู่ 2 แบบคือ HomeRF (Home Radio Frequency) และ IEEE 802.11 นั้นยังแตกย่อยออกเป็นหลายแขนง แต่แขนงที่กำลังเป็นที่นิยมและแพร่หลายกันอยู่คือ IEEE 802.11b หรือ Wireless LAN ( เรียกสั้น ๆ ว่า “WLAN”) ดังจะเห็นได้จากบรรดาผู้ผลิตอุปกรณ์เน็ตเวิร์กดัง ๆ เช่น Cisco, Intel, Lucent, D-link, Linksys และ 3Com รวมถึงรายย่อยอีกมากมายต่างก็หันไปผลิตอุปกรณ์ไร้สาย แบบ 802.11b ออกขายกันเป็นว่าเล่น

เทคนิคในการส่งสัญญาณ

เนื่องจากการส่งสัญญาณในระบบ LAN แบบไร้สายนี้ต้องอาศัยคลื่นวิทยุเป็นพาหะ ดังนั้นจะต้องมีวิธีการผสมข้อมูลเข้าไปในคลื่นที่เป็นพาหะ ก่อนจะส่งออกทางอากาศไปด้วยเทคนิคการส่งสัญญาณที่เป็นที่รู้กันระหว่างฝ่ายรับและฝ่ายส่ง เมื่อฝ่ายรับได้รับข้อมูลมาแล้ว ก็จะต้องถอดเอาเนื้อข้อมูลจริง ๆ ออกจากคลื่นพาหะให้ถูกต้องด้วย ดังนั้นถ้าคลื่นที่ได้รับมาถูกรบกวน ( ซึ่งเป็นเรื่องปกติของคลื่น) ก็จะทำให้ต้องมีการส่งข้อมูลซ้ำกันใหม่อีก ทำให้เสียเวลาและสิ้นเปลืองพลังงานไปพอสมควรสำหรับเทคนิคในการส่งสัญญาณที่ใช้กันใน อุปกรณ์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันคือ DSSS (Direct Sequence Spread Spectrum) และ FHSS (Frequency Hopping Spread Spectrum)

ที่มาจาก www2.cs.science.cmu.ac.th



องค์ความรู้ที่มีผู้อ่านมากสุด
Routing Protocol
routing Protocol ความหมายของ routing protocol คือ Protocol ที่ ใช้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร Routing table โดยจะแลกเปลี่ยนข้อมูลของอุปกรณ์ที่ทำงานอยู่ในระดับ network layer

โดย... จรรรงค์ โมรา

โปรแกรมระบบเครื่อข่าย NetWare
NetWare เป็นโปรแกรมระบบปฏิบัติการเครือข่าย หรือ NOS = Network Operating System ของบริษัท โนเวลล์ อิงค์ ( Novell Inc. ) ซึ่งมักจะเรียกว่า Novell NetWare ซึ่งมีหลาย Version เช่น 2.15 , 3.11 , 3.12 , 4.0 , 4.11 , 4.12 , 5.0 , 6.0 เป็นต้น โดยมีการแบ่งออกเป็น 2 ส่วน

โดย... จรรรงค์ โมรา

การบริหารจัดการเวลา
เวลาเป็นทรัพยากรอย่างหนึ่ง ที่ติดตัวคนมาตั้งแต่เกิด คนเรามีเวลาคนละ 24 ชั่วโมงต่อหนึ่งวันเท่า ๆ กัน แต่คนทำงานจะประสบผลสำเร็จหรือมีประสิทธิผลได้ไม่เท่าเทียมกัน

โดย... จรรรงค์ โมรา

GDP และ GNP
หลักการจำง่าย ๆ ที่ใช้จำเพื่อแยกแยะความแตกต่างของ GDP และ GNP ก็คือ ให้จำตัวย่อตัวกลาง คือ “Domestic” และ “National” แปลว่า การคิดว่าเป็นมูลค่าของสินค้าและบริการเฉพาะที่อยู่ในประเทศ ไม่ต้องคิดว่าชาติใดเป็นผู้ผลิต

โดย... จรรรงค์ โมรา

โปรโตคอล (Protocol)
โปรโตคอล (Protocol) คือระเบียบพิธีการในการติดต่อสื่อสาร เมื่อมาใช้กับเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม จึงหมายถึงขั้นตอนการติดต่อสื่อสาร ซึ่งรวมถึง กฎ ระเบียบ และข้อกำหนดต่าง ๆ รวมถึงมาตรฐานที่ใช้ เพื่อให้ตัวรับและตัวส่งสามารถดำเนินกิจกรรมทางด้านสื่อสารได้สำเร็จ

โดย... จรรรงค์ โมรา

ภาพลักษณ์องค์กร
ในวงการธุรกิจจะรู้จักและคุ้นเคยกันดีในเรื่องภาพลักษณ์องค์การที่นำมาใช้เป็นเครื่องมือ ในการบริหารงานในหน่วยงานเป็นที่เชื่อถือ ได้รับการยอมรับ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักสำหรับในแวดวงราชการมีผู้นำแนวคิดภาพลักษณ์องค์การมาช่วยในการบริหารงาน เพื่อพัฒนาองคืการบ้างแล้วก่อนที่จะกล่าวลึกลงไป ในรายละเอียดนั้น ลองมาศึกษาคำว่า "ภาพลักษณ์" กันก่อน

โดย... จรรรงค์ โมรา

ความรู้เรื่อง อุปกรณ์ Backup เพื่อการสำรองข้อมูล
หากมองย้อนกลับไปสัก 4-5 ปีก่อน การพูดถึงฮาร์ดดิสก์ขนาดสัก 2 GB นั้นถือว่าเป็นแหล่งเก็บข้อมูลที่แสนจะเพียงพอสำหรับผู้ใช้โดยทั่วๆ ไปแล้ว เพราะไฟล์สมัยก่อน อาทิ ไฟล์เอกสารเวิร์ดเต็มที่ 50 หน้า ก็ขนาดไม่กี่ร้อย KB เท่านั้น หมายความว่าฮาร์ดดิสก์ 2 GB จะเก็บข้อมูลได้ถึง 2 พันล้านตัวอักษร หรือถ้าเป็นไฟล์เวิร์ดตามตัวอย่างก็ได้ถึง 20 ล้านไฟล์ด้วยกัน หลายท่านคิดว่า ยังไงก็ไม่มีวันใช้หมดเป็นแน่ ผ่านไปไม่นาน แหล่งเก็บข้อมูลขนาดนั้นกลายเป็นสิ่งที่กระจิริด ไปเสียแล้ว

โดย... จรรรงค์ โมรา

อยากได้งาน แต่ไม่มีประสบการณ์ทำไงดี ?
ตอนนี้ใกล้จบปีการศึกษาแล้ว เลยมีน้อง ๆ นักศึกษาเขียนเข้ามาถาม และเล่าให้ฟังว่าเขาได้เริ่มลองหางานที่สนใจในหน้าหนังสือพิมพ์แล้ว แต่บริษัทที่ประกาศรับสมัครพนักงานส่วนมากต้องการคนที่มีประสบการณ์ทั้งนั้น

โดย... จรรรงค์ โมรา

Internet Routing
Router เป็นงานที่สำคัญที่สุดจะได้รับแพ็กเก็ตที่ส่งไปยังเส้นทางที่ถูกต้อง โดยเส้นทาง packets อาจนำไปสู่การสูญเสียข้อมูล ไม่สอดคล้องตารางเส้นทางจะนำไปสู่เส้นทางวงและตในส่วนติดต่อระหว่างรอบติดกันสองถูกส่ง คนมากหวังว่าเราเตอร์ทั้งหมดจะมีลู่อย่างรวดเร็ว Convergence สามารถกำหนดเป็นทางการของวัดทั้งหมดเตอร์เครือข่ายดูเอกฉันท์ของความเร็วของหน่วย จะหวังว่าลู่มีขนาดเล็กมากเนื่องจากเราเตอร์นี้ในเครือข่ายแต่ละเครือข่ายแม้ใน topology

โดย... จรรรงค์ โมรา

VISION ของนักบริหายุคไฮเทค
ในโอกาสการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2536 ของชมรมนักบริหารข้าราชการพลเรือนได้จัดให้มีการเสวนาพิเศษเรื่อง "VISION ของนักบริหารยุคไฮเทค" โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนาคือ ดร.รุ่ง แก้วแดง อธิบดีกรมการศึกษานอกโรงเรียน ศาสตราจารย์สุรศักดิ์ นานานุกุล ประธานกรรมการบริหารบริษัทเงินทุน บางกอกเงินทุน จำกัด และดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม ผู้อำนวยการสำนักผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และนายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ รองเลขาธิการ ก.พ. เป็นผู้ดำเนินการเสวนา ผู้เขียนเห็นว่าเนื้อหาในการเสวนามีสาระน่าสนใจและจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานด้านการวิเคราะห์ระบบงาน

โดย... จรรรงค์ โมรา