ข้อมูลองค์ความรู้โดย
กัณฑิมา ชุมแก้ว
ตำแหน่ง IT

กลวิธีจัดการพนักงาน 4 ประเภทในองค์กร

ประเภททางด้าน IT หลัก :   Human Resources
ประเภททางด้าน IT ย่อย :   Personnel Scheduling
  ลงข้อมูลเมื่อ 12:20:34 04/04/2011
  Page View (3355) แบ่งปัน

 

บริษัทที่มีการปฏิบัติงานมานานๆ ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานมาสักระยะหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น การใช้เครื่องมือ competency และ BSC  มาพอสมควร  ซึ่งเครื่องมือต่างๆเหล่านี้ สามารถนำมาแปลผล เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารคนได้ว่า คนในองค์การของเรา มีศักยภาพและสามารถเติบโตได้ในอนาคตหรือไม่  และยังเป็นการสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานที่มีความรู้และความสามารถได้มีโอกาสได้เติบโตเร็วกว่าพนักงานที่มีศักยภาพต่ำกว่า นอกจากนั้นแล้วยังมีส่วนกระตุ้นให้กับพนักงานที่มีผลการปฏิบัติงานระดับปานกลางให้เกิดความพยายามที่จะพัฒนาตนเองให้มีความรู้ ความสามารถ ทัดเทียมเหมือนกับพนักงานที่มีศักยภาพสูงอีกด้วย  ซึ่งผู้เขียนอยากจะนำเสนอการใช้เครื่องมือดังกล่าว มาทำให้เกิดผลดีต่อองค์การอย่างไร และสามารถแยกพนักงานที่มีศักยภาพสูง และพนักงานที่มีศักยภาพต่ำ เพื่อจะได้วิเคราะห์คนในองค์การได้ถูกต้องว่า คนที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน สามารถที่จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของธุรกิจได้หรือไม่
สำหรับการวิเคราะห์คนในองค์การ ผู้บริหารและฝ่ายบริหารบุคคลากร ต้องมีความเข้าใจในเรื่อง เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินผลบ้าง ซึ่งจะทำให้เกิดมุมมองในการบริหารคนเชิงลึกไปถึงระดับรายบุคคล  ก็จะทำให้การวิเคราะห์คนมีความคลาดเคลื่อนน้อยที่สุด และจะส่งผลให้องค์การได้มีทิศทางที่ชัดเจนทางการบริหาร ไม่ว่าจะเป็นการกำหนด  กลยุทธ์เชิงธุรกิจ  การแต่งตั้ง/โยกย้าย  และรวมทั้งการจัดอัตรากำลังได้เหมาะสมยิ่งขึ้น  ในกระบวนการที่กล่าวมานี้ จะมีส่วนทำให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขันในเชิงธุรกิจทั้งสิ้น
ยิ่งมีพนักงานที่มีศักยภาพสูงมากในองค์การ ก็จะทำให้ธุรกิจของบริษัทมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว  ลูกค้าเกิดความพอใจ  สินค้าได้มาตรฐาน  ตรงตามความต้องการของลูกค้า คุณภาพสินค้าทุกชิ้นไม่มีตำหนิ ไม่ต้องเสียเวลาในการผลิตซ้ำใหม่  ทำให้ต้นทุนในการผลิตสินค้าต่ำกว่าบริษัทคู่แข่ง เมื่อเป็นลักษณะนี้ บริษัทก็สามารถกำหนดราคาขายที่ทำให้บริษัทของเราได้กำไรได้มากกว่าบริษัทอื่น เป็นต้น

กลวิธีจัดการพนักงาน 4 ประเภทในองค์กร

    บริษัทที่มีการปฏิบัติงานมานานๆ ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานมาสักระยะหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น การใช้เครื่องมือ competency และ BSC  มาพอสมควร  ซึ่งเครื่องมือต่างๆเหล่านี้ สามารถนำมาแปลผล เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารคนได้ว่า คนในองค์การของเรา มีศักยภาพและสามารถเติบโตได้ในอนาคตหรือไม่  และยังเป็นการสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานที่มีความรู้และความสามารถได้มีโอกาสได้เติบโตเร็วกว่าพนักงานที่มีศักยภาพต่ำกว่า นอกจากนั้นแล้วยังมีส่วนกระตุ้นให้กับพนักงานที่มีผลการปฏิบัติงานระดับปานกลางให้เกิดความพยายามที่จะพัฒนาตนเองให้มีความรู้ ความสามารถ ทัดเทียมเหมือนกับพนักงานที่มีศักยภาพสูงอีกด้วย  ซึ่งผู้เขียนอยากจะนำเสนอการใช้เครื่องมือดังกล่าว มาทำให้เกิดผลดีต่อองค์การอย่างไร และสามารถแยกพนักงานที่มีศักยภาพสูง และพนักงานที่มีศักยภาพต่ำ เพื่อจะได้วิเคราะห์คนในองค์การได้ถูกต้องว่า คนที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน สามารถที่จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของธุรกิจได้หรือไม่
    สำหรับการวิเคราะห์คนในองค์การ ผู้บริหารและฝ่ายบริหารบุคคลากร ต้องมีความเข้าใจในเรื่อง เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินผลบ้าง ซึ่งจะทำให้เกิดมุมมองในการบริหารคนเชิงลึกไปถึงระดับรายบุคคล  ก็จะทำให้การวิเคราะห์คนมีความคลาดเคลื่อนน้อยที่สุด และจะส่งผลให้องค์การได้มีทิศทางที่ชัดเจนทางการบริหาร ไม่ว่าจะเป็นการกำหนด  กลยุทธ์เชิงธุรกิจ  การแต่งตั้ง/โยกย้าย  และรวมทั้งการจัดอัตรากำลังได้เหมาะสมยิ่งขึ้น  ในกระบวนการที่กล่าวมานี้ จะมีส่วนทำให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขันในเชิงธุรกิจทั้งสิ้น
    ยิ่งมีพนักงานที่มีศักยภาพสูงมากในองค์การ ก็จะทำให้ธุรกิจของบริษัทมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว  ลูกค้าเกิดความพอใจ  สินค้าได้มาตรฐาน  ตรงตามความต้องการของลูกค้า คุณภาพสินค้าทุกชิ้นไม่มีตำหนิ ไม่ต้องเสียเวลาในการผลิตซ้ำใหม่  ทำให้ต้นทุนในการผลิตสินค้าต่ำกว่าบริษัทคู่แข่ง เมื่อเป็นลักษณะนี้ บริษัทก็สามารถกำหนดราคาขายที่ทำให้บริษัทของเราได้กำไรได้มากกว่าบริษัทอื่น เป็นต้น

 

 

จากแผนภูมิกราฟข้างต้น แกนตั้ง เป็นส่วนที่ใช้ในการประเมินศักยภาพพนักงานของบริษัท โดยใช้เครื่องมือ competency เป็นฐาน  ส่วนในแกนนอนเป็นส่วนที่ใช้ในการประเมินการปฏิบัติงานของพนักงาน บางบริษัทอาจจะให้ BSC เป็นเครื่องมือในการวัด
เมื่อเรานำผลการประเมินมาเป็นตัวชี้วัด จะทำให้เกิดพฤติกรรมพนักงานออกเป็น 4 ลักษณะ คือ
1.  พนักงานที่เป็น Star คือ พนักงานที่มีศักยภาพสูง และผลการประเมินการปฏิบัติสูง  ซึ่งองค์การอยากได้พนักงานในส่วนนี้มากๆ แต่ในความเป็นจริง พนักงานในกลุ่มนี้มีเพียงแค่ 10 % เท่านั้นขององค์การ และถ้าผู้บริหารดูแลรักษาไม่ดี พนักงานในกลุ่มนี้ ก็จะออกไปอยู่ที่องค์การอื่น เพราะว่าเป็นที่ต้องการของบริษัทคู่แข่ง   ผู้บริหารจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับพนักงานกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง การขึ้นค่าจ้างประจำปี  การจ่ายโบนัส
และการให้ความก้าวหน้าในสายอาชีพ  เป็นต้น
2. พนักงานที่เป็น Problem Child คือ พนักงานที่มีศักยภาพสูง แต่ผลการปฏิบัติงานต่ำ ไม่ได้ไปตามศักยภาพ จึงทำให้เกิดปัญหาในองค์การ เหมือนกับ นักศึกษาในมหาวิทยาลัย นั่งหลับแต่ทำข้อสอบได้  พนักงานในกลุ่มนี้มีความมั่นใจในตัวเองสูง มีคนรุ่นใหม่ หรือ Gen Y  ไม่ชอบการบังคับ  ชอบงานอิสระ หัวหน้าต้องมีเหตุผล ในการสั่งงาน  เมื่อองค์การมีพนักงานที่มีพฤติกรรมในลักษณะนี้ จะต้องมีความเข้าใจถึงจิตใจแต่ละคน ว่าพฤติกรรมที่แสดงออกมา อยู่ในระดับไหน สามารถปรับเปลี่ยนหรือพัฒนาได้หรือไม่ โดยส่วนใหญ่ ในการแก้ปัญหาในจุดนี้ ควรจะให้โอกาสพนักงานที่มีศักยภาพสูงนี้ได้มีการโยกย้ายไปอยู่ในส่วนงานอื่นก่อน  อาจจะต้องไปอยู่กับหัวหน้าที่มีแนวคิด มีความเข้าใจ ในการบริหารจัดการคนรุ่นใหม่  แล้วทำการประเมินผลการปฏิบัติงานว่า พฤติกรรมเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นหรือไม่
3. พนักงาน Work Horse คือ พนักงานที่มีผลการปฏิบัติงานดีมาก แต่ผลการประเมินศักยภาพค่อนข้างต่ำ  พฤติกรรมพนักงานลักษณะนี้ เป็นคนที่รักองค์การ อยู่กับบริษัทมาตั้งแต่เริ่มแรก ไม่อยากลาออกไปอยู่ที่อื่น มุ่งมั่นที่จะทำงานที่ตนเองทำตั้งแต่เริ่มแรก พูดถึงบริษัทของตนเองไปในทางที่เป็นบวก เป็นที่รักใคร่ของผู้บริหาร แต่ไม่สามารถพัฒนาขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงกว่านี้ได้ เพราะว่า อาจจะเป็นเพราะว่า คุณวุฒิที่จบมาไม่ตรงตามสาขาที่ปฏิบัติงาน หรือ จบต่ำกว่าปริญญาตรี ซึ่งต้องใช้เวลาในการพัฒนา ปัญหาอุปสรรคอยู่ตรงจุดนี้  ถ้าธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง  พนักงานในส่วนนี้จะต้องมีวิธีการจัดการอย่างไรให้รวดเร็วขึ้น  องค์การโดยส่วนใหญ่จะมีงบประมาณบางส่วนในการพัฒนาและกำหนดระยะเวลาให้พนักงานในกลุ่มนี้ได้พัฒนาตัวเอง เพราะว่าในส่วนที่ดีของพนักงานกลุ่มนี้ ผู้บริหารมีความพอใจในเรื่อง ทัศนคติที่ดีต่อองค์การอยู่แล้ว
4. พนักงาน Dead Wood คือ พนักงานที่มีทั้งผลการปฏิบัติงานและศักยภาพต่ำทั้งสองด้าน อาจจะเป็นพนักงานที่มีปัญหาด้านสุขภาพร่างกาย ทำงานไม่ไหว หรือเป็นเพราะว่า พนักงานระบบการทำงาน มีทัศนคติไม่ดีต่อผู้บริหาร การพิจารณาในรายละเอียด ผู้บริหารต้องศึกษาพฤติกรรมเป็นรายบุคคล ด้วยว่า เกิดจากระบบงานในองค์การที่ไม่มีความยุติธรรมหรือไม่ หรือว่าเกิดจากพฤติกรรมของตัวพนักงานเอง ในทางปฏิบัติพนักงานในกลุ่มนี้ มีจำนวนพอๆ กับ กลุ่มพนักงานที่เป็น Star
ผู้บริหารควรจะต้องมีมาตรการอะไรออกมาให้เกิดความชัดเจน สำหรับพนักงานในกลุ่มนี้อีกเช่นกัน มิฉะนั้นจะเกิดพฤติกรรมเอาอย่าง ทำให้พนักงานทั้งองค์การมีปัญหาได้ ซึ่งจะขอนำเสนอแนวทางต่อไป
เมื่อองค์การทราบถึงพฤติกรรมพนักงานแล้ว ในทางปฏิบัติผู้บริหารจะมีวิธีการแก้ปัญหาพฤติกรรมพนักงานดังกล่าวได้อย่างไร เพื่อที่จะไม่ให้พนักงานเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อองค์การและผู้บริหาร ผู้เขียนขออนุญาตเสนอแนวทาง การแก้ปัญหาพนักงานทั้ง 4 พฤติกรรม ดังต่อไปนี้

    จากแผนภูมิกราฟข้างต้น แกนตั้ง เป็นส่วนที่ใช้ในการประเมินศักยภาพพนักงานของบริษัท โดยใช้เครื่องมือ competency เป็นฐาน  ส่วนในแกนนอนเป็นส่วนที่ใช้ในการประเมินการปฏิบัติงานของพนักงาน บางบริษัทอาจจะให้ BSC เป็นเครื่องมือในการวัด
    เมื่อเรานำผลการประเมินมาเป็นตัวชี้วัด จะทำให้เกิดพฤติกรรมพนักงานออกเป็น 4 ลักษณะ คือ
  1.  พนักงานที่เป็น Star คือ พนักงานที่มีศักยภาพสูง และผลการประเมินการปฏิบัติสูง  ซึ่งองค์การอยากได้พนักงานในส่วนนี้มากๆ แต่ในความเป็นจริง พนักงานในกลุ่มนี้มีเพียงแค่ 10 % เท่านั้นขององค์การ และถ้าผู้บริหารดูแลรักษาไม่ดี พนักงานในกลุ่มนี้ ก็จะออกไปอยู่ที่องค์การอื่น เพราะว่าเป็นที่ต้องการของบริษัทคู่แข่ง   ผู้บริหารจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับพนักงานกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง การขึ้นค่าจ้างประจำปี  การจ่ายโบนัส
และการให้ความก้าวหน้าในสายอาชีพ  เป็นต้น
  2. พนักงานที่เป็น Problem Child คือ พนักงานที่มีศักยภาพสูง แต่ผลการปฏิบัติงานต่ำ ไม่ได้ไปตามศักยภาพ จึงทำให้เกิดปัญหาในองค์การ เหมือนกับ นักศึกษาในมหาวิทยาลัย นั่งหลับแต่ทำข้อสอบได้  พนักงานในกลุ่มนี้มีความมั่นใจในตัวเองสูง มีคนรุ่นใหม่ หรือ Gen Y  ไม่ชอบการบังคับ  ชอบงานอิสระ หัวหน้าต้องมีเหตุผล ในการสั่งงาน  เมื่อองค์การมีพนักงานที่มีพฤติกรรมในลักษณะนี้ จะต้องมีความเข้าใจถึงจิตใจแต่ละคน ว่าพฤติกรรมที่แสดงออกมา อยู่ในระดับไหน สามารถปรับเปลี่ยนหรือพัฒนาได้หรือไม่ โดยส่วนใหญ่ ในการแก้ปัญหาในจุดนี้ ควรจะให้โอกาสพนักงานที่มีศักยภาพสูงนี้ได้มีการโยกย้ายไปอยู่ในส่วนงานอื่นก่อน  อาจจะต้องไปอยู่กับหัวหน้าที่มีแนวคิด มีความเข้าใจ ในการบริหารจัดการคนรุ่นใหม่  แล้วทำการประเมินผลการปฏิบัติงานว่า พฤติกรรมเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นหรือไม่3. พนักงาน Work Horse คือ พนักงานที่มีผลการปฏิบัติงานดีมาก แต่ผลการประเมินศักยภาพค่อนข้างต่ำ  พฤติกรรมพนักงานลักษณะนี้ เป็นคนที่รักองค์การ อยู่กับบริษัทมาตั้งแต่เริ่มแรก ไม่อยากลาออกไปอยู่ที่อื่น มุ่งมั่นที่จะทำงานที่ตนเองทำตั้งแต่เริ่มแรก พูดถึงบริษัทของตนเองไปในทางที่เป็นบวก เป็นที่รักใคร่ของผู้บริหาร แต่ไม่สามารถพัฒนาขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงกว่านี้ได้ เพราะว่า อาจจะเป็นเพราะว่า คุณวุฒิที่จบมาไม่ตรงตามสาขาที่ปฏิบัติงาน หรือ จบต่ำกว่าปริญญาตรี ซึ่งต้องใช้เวลาในการพัฒนา ปัญหาอุปสรรคอยู่ตรงจุดนี้  ถ้าธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง  พนักงานในส่วนนี้จะต้องมีวิธีการจัดการอย่างไรให้รวดเร็วขึ้น  องค์การโดยส่วนใหญ่จะมีงบประมาณบางส่วนในการพัฒนาและกำหนดระยะเวลาให้พนักงานในกลุ่มนี้ได้พัฒนาตัวเอง เพราะว่าในส่วนที่ดีของพนักงานกลุ่มนี้ ผู้บริหารมีความพอใจในเรื่อง ทัศนคติที่ดีต่อองค์การอยู่แล้ว4. พนักงาน Dead Wood คือ พนักงานที่มีทั้งผลการปฏิบัติงานและศักยภาพต่ำทั้งสองด้าน อาจจะเป็นพนักงานที่มีปัญหาด้านสุขภาพร่างกาย ทำงานไม่ไหว หรือเป็นเพราะว่า พนักงานระบบการทำงาน มีทัศนคติไม่ดีต่อผู้บริหาร การพิจารณาในรายละเอียด ผู้บริหารต้องศึกษาพฤติกรรมเป็นรายบุคคล ด้วยว่า เกิดจากระบบงานในองค์การที่ไม่มีความยุติธรรมหรือไม่ หรือว่าเกิดจากพฤติกรรมของตัวพนักงานเอง ในทางปฏิบัติพนักงานในกลุ่มนี้ มีจำนวนพอๆ กับ กลุ่มพนักงานที่เป็น Starผู้บริหารควรจะต้องมีมาตรการอะไรออกมาให้เกิดความชัดเจน สำหรับพนักงานในกลุ่มนี้อีกเช่นกัน มิฉะนั้นจะเกิดพฤติกรรมเอาอย่าง ทำให้พนักงานทั้งองค์การมีปัญหาได้ ซึ่งจะขอนำเสนอแนวทางต่อไป
    เมื่อองค์การทราบถึงพฤติกรรมพนักงานแล้ว ในทางปฏิบัติผู้บริหารจะมีวิธีการแก้ปัญหาพฤติกรรมพนักงานดังกล่าวได้อย่างไร เพื่อที่จะไม่ให้พนักงานเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อองค์การและผู้บริหาร ผู้เขียนขออนุญาตเสนอแนวทาง การแก้ปัญหาพนักงานทั้ง 4 พฤติกรรม ดังต่อไปนี้

 

 

จากแผนภูมิด้านบน วิธีการแก้ปัญหาและกลวิธีการจัดการพนักงานทั้ง 4 แบบ โดยเริ่มจากพนักงานที่เป็นพนักงานที่องค์การต้องการมากที่สุด คือ
พนักงานที่เป็น Star ตามทฤษฎีการบริหารจัดการให้ผู้บริหารคอยให้คำแนะนำ ปรึกษาพนักงานกลุ่มนี้ตลอดเวลา และสิ่งที่จะต้องทำคือ การให้ความสำคัญในการให้พนักงานกลุ่มนี้ได้เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็น ที่เกี่ยวกับกลยุทธ์ขององค์การ รวมทั้งการพิจารณาให้ได้มีโอกาสได้ไป อบรมสัมมนา และศึกษาต่อ ในหลักสูตรสำคัญ ๆ ที่มีส่วนให้พนักงานเกิดความภาคภูมิใจ ก็จะมีส่วนช่วยให้เกิดบรรยากาศที่ดีในการทำงานสำหรับคนกลุ่มนี้ด้วย
พนักงานที่เป็น Problem Child พนักงานกลุ่มนี้มีความสามารถ มีศักยภาพ แต่อาจจะขาดด้าน การให้ความรู้ การสอนงานอย่างใกล้ชิด สำหรับประเด็นนี้หัวหน้าควรจะให้ความรักก่อนให้ความรู้  ซึ่งจะมีส่วนผลักดันให้พนักงานกลุ่มเกิดความเชื่อมั่นในตัวผู้บังคับบัญชามากขึ้น และยินดีที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำของหัวหน้า
พนักงาน Work Horse เป็นพนักงานที่มีทัศนคติดีต่อองค์การ แต่ยังขาดทักษะความรู้ในเชิงธุรกิจและทางการบริหาร สำหรับพนักงานในส่วนนี้จำเป็นต้องเสริมด้านการพัฒนาศักยภาพ ผู้บริหารควรจะพิจารณาส่งพนักงานกลุ่มนี้ได้รับการสัมมนา/อบรมเพิ่มเติมในส่วนที่เป็น gap จากพื้นฐานของพนักงานเป็นคนที่มีทัศนคติดีอยู่แล้ว จะมีส่วนช่วยให้เกิดการพัฒนาได้ง่ายขึ้นกว่าพนักงานกลุ่มอื่น
พนักงาน Dead Wood พนักงานในกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่มีปัญหาด้านความรู้ ความสามารถ และการเติบโตเป็นระดับหัวหน้าในอนาคต  ซึ่งพนักงานส่วนใหญ่ไม่ค่อยพัฒนาตนเอง มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อองค์การ มีปัญหากับหน้ามาตลอด ตามแนวทางของทฤษฎี ให้มีการลงโทษทางวินัย ถ้าไม่มีการปรับปรุงให้ดีขึ้น บริษัทจะต้องมีมาตรการในการเลิกจ้างจากการเป็นพนักงาน เพื่อจะได้ไม่เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีของพนักงานในองค์การ

    จากแผนภูมิด้านบน วิธีการแก้ปัญหาและกลวิธีการจัดการพนักงานทั้ง 4 แบบ โดยเริ่มจากพนักงานที่เป็นพนักงานที่องค์การต้องการมากที่สุด คือ
1.พนักงานที่เป็น Star ตามทฤษฎีการบริหารจัดการให้ผู้บริหารคอยให้คำแนะนำ ปรึกษาพนักงานกลุ่มนี้ตลอดเวลา และสิ่งที่จะต้องทำคือ การให้ความสำคัญในการให้พนักงานกลุ่มนี้ได้เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็น ที่เกี่ยวกับกลยุทธ์ขององค์การ รวมทั้งการพิจารณาให้ได้มีโอกาสได้ไป อบรมสัมมนา และศึกษาต่อ ในหลักสูตรสำคัญ ๆ ที่มีส่วนให้พนักงานเกิดความภาคภูมิใจ ก็จะมีส่วนช่วยให้เกิดบรรยากาศที่ดีในการทำงานสำหรับคนกลุ่มนี้ด้วย

2.พนักงานที่เป็น Problem Child พนักงานกลุ่มนี้มีความสามารถ มีศักยภาพ แต่อาจจะขาดด้าน การให้ความรู้ การสอนงานอย่างใกล้ชิด สำหรับประเด็นนี้หัวหน้าควรจะให้ความรักก่อนให้ความรู้  ซึ่งจะมีส่วนผลักดันให้พนักงานกลุ่มเกิดความเชื่อมั่นในตัวผู้บังคับบัญชามากขึ้น และยินดีที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำของหัวหน้า

3.พนักงาน Work Horse เป็นพนักงานที่มีทัศนคติดีต่อองค์การ แต่ยังขาดทักษะความรู้ในเชิงธุรกิจและทางการบริหาร สำหรับพนักงานในส่วนนี้จำเป็นต้องเสริมด้านการพัฒนาศักยภาพ ผู้บริหารควรจะพิจารณาส่งพนักงานกลุ่มนี้ได้รับการสัมมนา/อบรมเพิ่มเติมในส่วนที่เป็น gap จากพื้นฐานของพนักงานเป็นคนที่มีทัศนคติดีอยู่แล้ว จะมีส่วนช่วยให้เกิดการพัฒนาได้ง่ายขึ้นกว่าพนักงานกลุ่มอื่น

4.พนักงาน Dead Wood พนักงานในกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่มีปัญหาด้านความรู้ ความสามารถ และการเติบโตเป็นระดับหัวหน้าในอนาคต  ซึ่งพนักงานส่วนใหญ่ไม่ค่อยพัฒนาตนเอง มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อองค์การ มีปัญหากับหน้ามาตลอด ตามแนวทางของทฤษฎี ให้มีการลงโทษทางวินัย ถ้าไม่มีการปรับปรุงให้ดีขึ้น บริษัทจะต้องมีมาตรการในการเลิกจ้างจากการเป็นพนักงาน เพื่อจะได้ไม่เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีของพนักงานในองค์การ

ขอขอบคุณ http://www.krittin.net

 



องค์ความรู้ที่มีผู้อ่านมากสุด
การบำรุงรักษาทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในองค์การ

ความสำคัญของการบำรุงรักษาทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในองค์การ ว่าแม้การบริหารงานเพื่อให้ความสนใจกับทรัพยากรมนุษย์ ปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่สามารถทำให้องค์การอยู่รอด อยู่ได้นานก็คือ “มนุษย์ในองค์การ”


โดย... กัณฑิมา ชุมแก้ว

Visual Basic Tutorial -- การฝึกอบรม VB Online -- เรียนรู้ Visual Basic

Visual Basic (VB) เป็นโปรแกรมภาษาที่เหมาะสำหรับการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ที่ทันสมัยระดับมืออาชีพสำหรับ Microsoft Windows มันทำให้การใช้อินเตอร์เฟซผู้ใช้แบบกราฟิกสำหรับการสร้างและการใช้งานที่มีประสิทธิภาพแข็งแกร่ง Graphical User Interface


โดย... กัณฑิมา ชุมแก้ว

ประวัติความเป็นมาของ Keyboard
หากพูดถึงแป้นพิมพ์ หรือ คีย์บอร์ด ทุกวันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะมันเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ติดมากับคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องเลยก็ว่าได้ และแน่นอนว่า ทุกคนคงคุ้นชินกับเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้ดี จนอาจมองข้ามไปด้วยซ้ำ วันนี้ ITeXcite.com จึงขอมาเล่าสู่กันฟัง เกี่ยวกับความหมาย ประวัติความเป็นมา และรุ่นต่างๆ ของแป้นพิมพ์อักขระนี้กันครับ

โดย... กัณฑิมา ชุมแก้ว

ทำไมต้อง Social CRM

สำหรับนักการตลาดสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ อย่าง Social Media คงจะต้องได้ยินคำว่า Social CRM เป็นแน่ และก็เชื่อว่าครั้งแรกที่ได้ยินคำนี้ คุณจะต้องนึกว่ามันต่างอย่างไรกับ CRM หรือการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า ที่เคยรู้จัก หรือมันเป็นการเล่นคำของสื่อ Social Media หรือ CRM เป็นแน่


โดย... กัณฑิมา ชุมแก้ว

เร่งสปีดให้ Windows 7 boot เร็วยิ่งขึ้น
แม้ว่า Windows 7 ที่เราใช้กันจะสามารถบูตเครื่องได้อย่างรวดเร็วอยู่แล้ว แต่ท่านผู้อ่านเชื่อหรือไม่ว่า หากเราใช้โพรเซสเซอร์ที่มีหลายคอร์ (multi-core) เรายังสามารถเพิ่มความเร็วให้กับการบูตได้อีก ทั้งนี้ เนื่องจากค่าต้นนั้น Windows 7 จะใช้คอร์เพียง 1 คอร์ในการบูต แต่เราสามารถปรับจำนวนคอร์ที่ใช้

โดย... กัณฑิมา ชุมแก้ว

ความต้องการและความจำเป็นในการฝึกอบรม

ภารกิจ ที่สำคัญยิ่งประการหนึ่ง ของนักบริหารทรัพยากรบุคคล ก็คือการพัฒนาพนักงาน ไม่ว่าจะ เป็นพนักงานใหม่ พนักงานเก่า ก็ต้องมีการพัฒนากัน อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนา พนักงานก็ คือ การฝึกอบรมนั่นเอง


โดย... กัณฑิมา ชุมแก้ว

เทคโนโลยีสารสนเทศ คืออะไร
เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology, IT) หมายถึงเทคโนโลยีในการประมวลผลสารสนเทศ (คำว่า สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลแล้ว) ซึ่งก็คือเทคนิควิธีการต่างๆ ที่ถูกนำมาใช้ในการจัดการข้อมูล (ข้อมูล หมายถึง ข้อเท็จจริงที่ยังไม่ผ่านการประมวลผล) เช่น การจัดเก็บข้อมูล การสื่อสารข้อมูล การสืบค้นข้อมูล การแสดงผลข้อมูล เป็นต้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การจัดการข้อมูล เป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว และง่ายดายยิ่งขึ้น ส่งผลต่อการพัฒนาและความก้าวหน้าต่างๆ ในชีวิตประจำวันของเรา

โดย... กัณฑิมา ชุมแก้ว

เทคนิคการวาง ตัวเมื่อเริ่มเข้าทำงานใหม่
ความสำเร็จในการทำงานนั้น นอกจากความสามารถในหน้าที่ความรับผิดชอบของตนแล้ว การอยู่ร่วมกับผู้อื่นก็เป็นอีก ประเด็นหนึ่งที่ไม่อาจละเลย แม้เราจะทำงานเก่งเพียงใด แต่ถ้าเราเข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้ เกิดความขัดแย้งกันตลอด งานที่ทำร่วมกันก็ไม่อาจบรรลุเป้าหมายด้วยดี เราจึงมีเทคนิคดี ๆ ในการวางตัวเพื่อลดความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงานมาฝากกันค่ะ

โดย... กัณฑิมา ชุมแก้ว

การเตรียมความพร้อมในการสมัครงาน
การสมัครงานเหมือนกับการไปเสนอขายสินค้าซึ่งจำเป็นจะต้องเตรียมตัวให้ดี และการเตรียมตัวก่อนสมัครงานเป็นสิ่งจำเป็น จะต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนจบ การศึกษา ซึ่งในแต่ละปี แต่ละสถาบันจะมีผู้จบการศึกษาทั่วประเทศ รวมกันแล้วประมาณแสน ๆ คน และรวมกับผู้ที่ตกค้างจากปีก่อน ๆ ที่ยังไม่ได้งานทำมี อีกมาก และความเชื่อที่ว่าเรียนเก่งหรือเรียนดีแล้วจะหางานง่ายนั้นอาจจะไม่เป็นจริงเสมอไป

โดย... กัณฑิมา ชุมแก้ว

CRM กลยุทธ์การตลาด

ในการแข่งขันเชิงการตลาดสมัยใหม่จำเป็นต้องนำเอากลยุทธ์ทั้งหลายทั้งปวงมาใช้ในการแข่งขัน


โดย... กัณฑิมา ชุมแก้ว