ข้อมูลองค์ความรู้โดย
วิทวัส ทิมจ้อย
ตำแหน่ง content

ระบบเครือข่ายท้องถิ่น (Local Area Network, LAN)

ประเภททางด้าน IT หลัก :   Communications
ประเภททางด้าน IT ย่อย :   LANs & WANs
  ลงข้อมูลเมื่อ 14:32:59 04/04/2011
  Page View (2320) แบ่งปัน

 เป็นเครือข่ายการติดต่อสื่อสารที่ใช้ในสถานที่จำกัด  เพื่อให้ผู้ใช้แต่ละคนสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและแบ่งกันใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ร่วมกันได้

วัตถุประสงค์ของการใช้งานในระบบแลน (Local Area Network, LAN)

  • ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่อยู่ใกล้กัน
  • ต้องการแบ่งปันทรัพยากรต่างๆเพื่อใช้ร่วมกัน เช่นอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์บางชนิดมีราคาสูงมาก

 รูปแบบของการเชื่อมโยงเครือข่าย หรือโทโปโลยี (LAN Topology)

          โทโปโลยีคือลักษณะทางกายภาพ (ภายนอก) ของเครือข่าย  ซึ่งหมายถึง ลักษณะของการเชื่อมโยงสายสื่อสารเข้ากับอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ภายในเครือข่ายด้วยกันนั่นเอง  โทโปโลยีของเครือข่าย LAN แต่ละแบบมีความเหมาะสมในการใช้งานแตกต่างกัน  จึงมีความจำเป็นที่เราจะต้องทำการศึกษาลักษณะและคุณสมบัติ  ข้อดีและข้อเสียของโทโปโลยีแต่ละแบบ  เพื่อนำไปใช้ในการออกแบบพิจารณาเครือข่ายให้เหมาะสมกับการใช้งาน  รูปแบบของโทโปโลยีของเครือข่ายหลัก ๆ มีดังต่อไปนี้ 

โทโปโลยีรูปดาว (Star)

           เป็นหลักการส่งและรับข้อมูลเหมือนกับระบบโทรศัพท์ การควบคุมจะทำโดยสถานีศูนย์กลาง ทำหน้าที่เป็นตัวสวิตชิ่ง  ข้อมูลทั้งหมดในระบบเครือข่ายจะต้องผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ศูนย์กลาง  (Center Comtuper)

           เป็นการเชื่อมโยงการติดต่อสื่อสารที่มีลักษณะคล้ายกับรูปดาว (STAR)  หลายแฉก โดยมีศูนย์กลางของดาว  หรือฮับเป็นจุดผ่านการติดต่อกันระหว่างทุกโหนดในเครือข่าย  ศูนย์กลางจึงมีหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมเส้นทางการสื่อสาร ทั้งหมดภายใน  นอกจากนี้ศูนย์กลางยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลอีกด้วย การสื่อสารภายในเครือข่ายแบบ STAR  จะเป็นแบบ  2  ทิศทางโดยจะอนุญาตให้มีเพียงโหนดเดียวเท่านั้นที่สามารถส่งข้อมูลเข้าสู่เครือข่ายได้  จึงไม่มีโอกาสที่หลาย ๆ โหนดจะส่งข้อมูลเข้าสู่เครือข่ายในเวลาเดียวกัน  เพื่อป้องกันการชนกันของสัญญาณข้อมูล  เครือข่ายแบบ STAR  เป็นโทโปโลยีอีกแบบหนึ่งที่เป็นที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน 

          ข้อดี ของเครือข่ายแบบ STAR คือการติดตั้งเครือข่ายและการดูแลรักษาทำ ได้ง่าย  หากมีโหนดใดเกิดความเสียหายก็สามารถตรวจสอบได้ง่าย  และศูนย์กลางสามารถตัดโหนดนั้นออกจากการสื่อสารในเครือข่ายได้ 
  
 

 

  ข้อเสีย ของเครือข่ายแบบ  STAR คือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางมีราคาแพง  และถ้าศูนย์กลางเกิดความเสียหายจะทำให้ทั้งระบบทำงานไม่ได้เลย  นอกจากนี้เครือข่ายแบบ STAR  ยังใช้สายสื่อสารมากกว่าแบบ  BUS  และ แบบ RING 

โทโปโลยีแบบบัส (Bus)

            โทโปโลยีแบบบัสต่างกับโทโปโลยีแบบดาว  ตรงที่แบบดาวเมื่อมีสถานีงานจำนวนมากเท่าใด จำนวนสายสัญญาณก็จะมากขึ้นเท่านั้น

            ในระบบเครือข่าย LAN โทโปโลยีแบบ BUS   นับว่าเป็นแบบโทโปโลยีที่ได้รับความนิยมใช้กันมากที่สุดมา ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  เหตุผลอย่างหนึ่งก็คือสามารถติดตั้งระบบ  ดูแลรักษา และติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมได้ง่าย  ไม่ต้องใช้เทคนิคที่ยุ่งยากซับซ้อน  ลักษณะการทำงานของเครือข่ายโทโปโลยีแบบ BUS คืออุปกรณ์ทุกชิ้นหรือโหนดทุกโหนด ในเครือข่ายจะต้องเชื่อมโยงเข้ากับสายสื่อสารหลักที่เรียกว่า  "บัส"  (BUS)เมื่อโหนดหนึ่งต้องการจะส่งข้อมูลไปให้ยังอีกโหนด หนึ่งภายในเครือข่าย  ข้อมูลจากโหนดผู้ส่งจะถูกส่งเข้าสู่สายบัสในรูปของแพ็กเกจ  ซึ่งแต่ละแพ็กเกจจะประกอบด้วยตำแหน่งของผู้ส่งและผู้รับ  และข้อมูล  การสื่อสารภายในสายบัสจะเป็นแบบ  2  ทิศทางแยกไปยังปลายทั้ง 2 ด้านของบัส โดยตรงปลายทั้ง 2 ด้านของบัสจะมีเทอร์มิเนเตอร์ (Terminator)    ทำหน้าที่ดูดกลืนสัญญาณ  เพื่อป้องกันไม่ให้สัญญาณข้อมูลนั้นสะท้อนกลับ เข้ามายังบัสอีก     เป็นการป้องกันการชนกันของสัญญาณข้อมูลอื่น ๆ  ที่เดินทางอยู่บนบัส 

             สัญญาณข้อมูลจากโหนดผู้ส่งเมื่อเข้าสู่บัสจะไหลผ่านไปยังปลายทั้ง  2  ข้างของบัส  แต่ละโหนดที่เชื่อมต่อเข้ากับ บัสจะคอยตรวจดูว่า ตำแหน่งปลายทางที่มากับแพ็กเกจข้อมูลนั้นตรงกับตำแหน่งของตนหรือไม่  ถ้าใช่ก็จะรับข้อมูลนั้นเข้ามาสู่โหนดตน  แต่ถ้าไม่ใช่ก็จะปล่อยให้สัญญาณข้อมูลนั้นผ่านไป  จะเห็นว่าทุก ๆ โหนดภายในเครือข่ายแบบ BUS นั้นสามารถรับรู้สัญญาณข้อมูลได้ แต่จะมีเพียงโหนด ปลายทางเพียงโหนดเดียวเท่านั้นที่จะรับข้อมูลนั้นไปได้ การควบคุมการสื่อสารภายในเครือข่ายแบบ BUS มี   2  แบบคือ

            1. แบบควบคุมด้วยศูนย์กลาง (Centralized)  ซึ่งจะมีโหนดหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางควบคุมการสื่อสารภายในเครือข่าย  ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นไฟล์เซิร์ฟเวอร์ 

            2. การควบคุมแบบกระจาย  (Distributed)  ทุก ๆ โหนดภายในเครือข่ายจะมีสิทธิในการควบคุมการสื่อสารแทนที่จะ เป็นศูนย์กลางควบคุมเพียงโหนดเดียว  ซึ่งโดยทั่วไปคู่โหนดที่กำลังทำการส่ง-รับข้อมูลกันอยู่จะเป็นผู้ควบคุมการสื่อสารในเวลานั้น

            ข้อเสีย  อย่างหนึ่งของเครือข่ายแบบ BUS คือการไหลของข้อมูลที่เป็น  2 ทิศทางทำให้ระบุจุดที่เกิดความเสียหายในบัสยาก  และโหนดที่ถัดต่อไปจากจุดที่เกิดความเสียหายจนถึงปลายของบัสจะไม่สามารถทำการสื่อสารข้อมูลได้ แต่โหนดที่อยู่ก่อนหน้าจุดเสียหายจะยังคงสื่อสารข้อมูลได้

โทโปโลยีรูปวงแหวน (Ring)

              เครือข่ายแบบ RING  เป็นการสื่อสารที่ส่งผ่านไปในเครือข่าย ข้อมูลข่าวสารจะไหลวนอยู่ในเครือข่ายไปในทิศทางเดียวเหมือนวงแหวน  หรือ RING นั่นเอง  โดยไม่มีจุดปลายหรือเทอร์มิเนเตอร์เช่นเดียวกับเครือข่ายแบบ  BUS  ในแต่ละโหนดหรือสเตชั่นจะมีรีพีตเตอร์ประจำโหนด  1  เครื่อง  ซึ่งจะทำหน้าที่เพิ่มเติมข่าวสารที่จำเป็นต่อการสื่อสาร ในส่วนหัวของแพ็กเกจ  ข้อมูลสำหรับการส่งข้อมูลออกจากโหนด  และมีหน้าที่รับแพ็กเกจข้อมูลที่ไหลผ่านมาจากสายสื่อสาร เพื่อตรวจสอบว่าเป็นข้อมูลที่ส่งมาให้โหนดตนหรือไม่  ถ้าใช่ก็จะคัดลอกข้อมูลทั้งหมดนั้นส่งต่อไปให้กับโหนดของตน  แต่ถ้าไม่ใช่ก็จะปล่อยข้อมูลนั้นไปยังรีพีตเตอร์ของโหนดถัดไป 

              ข้อดี ของเครือข่ายแบบ  RING  คือผู้ส่งสามารถส่งข้อมูลไปยังผู้รับได้หลาย ๆ โหนดพร้อมกัน  โดยกำหนดตำแหน่งปลายทางเหล่านั้นลงในส่วนหัวของแพ็กเกจข้อมูล  รีพีตเตอร์ของแต่ละโหนดจะทำการตรวจสอบเอง ว่ามีข้อมูลส่งมาให้ที่โหนดตนเองหรือไม่  การส่งผ่านข้อมูลในเครือข่ายแบบ  RING  จะเป็นไปในทิศทางเดียวจากโหนดสู่โหนด  จึงไม่มีการชนกันของสัญญาณข้อมูล

              ข้อเสีย คือ ถ้ามีโหนดใดโหนดหนึ่งในเครือข่ายเสียหาย  ข้อมูลจะไม่สามารถส่งผ่านไปยังโหนดต่อไปได้  และจะทำให้เครือข่ายทั้งเครือข่ายขาดการติดต่อสื่อสารได้  ข้อเสียอีกอย่างหนึ่งคือขณะที่ข้อมูลถูกส่งผ่านแต่ละโหนด เวลาส่วนหนึ่งจะสูญเสียไปกับการที่ทุก ๆ รีพีตเตอร์จะต้องทำการคัดลอกข้อมูล  และตรวจสอบตำแหน่งปลายทางของข้อมูล  อีกทั้งการติดตั้งเครือข่ายแบบ RING  ก็ทำได้ยากกว่าแบบ  BUS  และใช้สายสื่อสารมากกว่า

 



องค์ความรู้ที่มีผู้อ่านมากสุด
5 โปรแกรม ที่ช่วยให้คุณใช้งาน Windows ได้ดีขึ้น
โปรแกรม 5 ตัวนี้จะช่วยจัดการ และทำให้การใช้งาน Windows ของคุณนั้นราบรื่นยิ่งขึ้น ลองมาดูตัวแรกกันเลยดีกว่าครับ

โดย... วิทวัส ทิมจ้อย

ปีแห่งนวัตกรรมไร้สายครองเมือง
ปีแห่งนวัตกรรมไร้สายครองเมือง

โดย... วิทวัส ทิมจ้อย

เปิดได้หมด!!! หนัง เพลง ดูได้แม้ไม่รู้จักไฟล์
เปิดได้หมด!!! หนัง เพลง ดูได้แม้ไม่รู้จักไฟล์

โดย... วิทวัส ทิมจ้อย

ความแตกต่างของ CPU Intel i3, i5 และ i7
ความแตกต่างของ CPU Intel i3, i5 และ i7

โดย... วิทวัส ทิมจ้อย

ตั้งค่าระบบเครือข่ายแบบง่ายๆ บนวินโดวส์ 7
ในที่สุดไมโครซอฟท์ก็ทำให้วินโดวส์สามารถตั้งค่าระบบเครือข่ายภายในบ้านได้ในขั้นตอนแบบง่ายๆ .. และนี่คือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องทราบ

โดย... วิทวัส ทิมจ้อย

ไขปัญหาในเรื่องทั่วไปบนวินโดวส์ (3)
ไขปัญหาในเรื่องทั่วไปบนวินโดวส์ (3)

โดย... วิทวัส ทิมจ้อย

ความรู้เกี่ยวกับ ADSL เบื้องต้น (1)
ความรู้เกี่ยวกับ ADSL เบื้องต้น (1)

โดย... วิทวัส ทิมจ้อย

ไขปัญหาในเรื่องทั่วไปบนวินโดวส์ (1)
ไขปัญหาในเรื่องทั่วไปบนวินโดวส์ (1)

โดย... วิทวัส ทิมจ้อย

การสร้าง animation จาก Image Ready
การสร้าง animation จาก Image Ready

โดย... วิทวัส ทิมจ้อย

Google Book Search ถึงทางตัน ?
ไม่รู้จะลงเอยท่าไหนสำหรับบริการห้องสมุดดิจิตอลของกูเกิล Google Book Search เมื่อศาลสหรัฐฯปฏิเสธไม่อนุมัติการยอมความระหว่างสำนักพิมพ์อเมริกันและกูเกิล ซึ่งฝ่ายหลังยอมจ่ายเงินมูลค่า 125 ล้านเหรียญเป็นค่าไกล่เกลี่ยเพื่อให้ได้สิทธิสแกนหนังสืออีกหลายล้านเล่มช่วงปี 2009 โดยศาลให้เหตุผลว่าการพยายามสร้างความสัมพันธ์กับเหล่าสำนักพิมพ์เช่นนี้ เป็นความเสี่ยงทำให้เกิดการผูกขาดการค้าในตลาดหนังสือออนไลน์ รวมถึงขัดต่อกฏหมายลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ แม้จะยอมรับว่าโครงการสแกนหนังสือสามารถเป็นประโยชน์ต่อประชากรโลกได้จริง

โดย... วิทวัส ทิมจ้อย